หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2564

หลักการเพิ่มมูลค่าสินค้า ให้ได้ 20-30เท่า

 สิ่งที่มีราคาแพง เมื่อรับมาขาย มักจะมีกำไรน้อย ถึงน้อยมาก

วันนี้ลุงจะบกตัวอย่าง  เม็ดมะม่วงหิมพาน เอาแค่เม็ดซีก เม็ดหัก มาต่อยอดเอาก็พอ

ราคาโลละประมาณ 200 บาท

.


ถ้าเราซื้อมาแบบนั้นแล้วแบ่งขาย มันก็แทบจะขาดทุนหรือกำไรไม่พอที่จะขยายงานออกไป เพราะสินค้าจากผู้ผลิต ค้ำคออยู่

.

สิ่งที่เราทำได้คือ การนำของแพง มารวมกันกับของถูก แล้วขายเท่าของแพง โดยที่ผู้ซื้อแทบไม่รู้สึกเลยว่าแพง นั่นละคือผูประสบความสำเร็จ

.

ลองดูแนวคิดแบบนี้ เม็ดมะม่วงหิมพาน 1ิ กก   200 บาท

แป้งกรอบ                                        1 กก 25บาท

น้ำตาลทราย                          0.5 กก     13 บาท

ผง ต้มยำ                               200 กรัม  30 บาท


เอามะม่วง มาเคลือบแป่ง แล้ว เคลื้อบน้ำตาล ที่ผสมผงต้มยำ ในใบมะกรูด ชิ้นๆไปด้วย

อยากให้เหนียวก็แบะแซ นิดหน่อย  เมื่อทำเสร็จ จะได้ 2.5-3 กก


เวลาขาย  ก็คือเม็ดมะม่วงหิมพาน รสต้มยำ  กิโลละ 200 บาท


แบ่งขาย 100-200-300 กรัม แพงเข้าไปอีก


สรุปก็คือ เราขาย น้ำตาลทราย แบะแซ แป้งกรอบ ผงต้มยำ ในราคา โลละ 200 บาท นั่นเอง


.

.


วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ประวัติศาสตร์นอกตำราของสมเด็จพระเจ้าตากสิน

 ประวัติศาสตร์นอกตำราของสมเด็จพระเจ้าตากสิน

ทำไมประวัติศาสตร์นอกตำราถึงเล่าว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ในเมืองนคร

ทำไมต้องเป็นนครศรีธรรมราช

และเรื่องโอรสลับพระเจ้าตากสิน

ที่คุณ...อาจไม่เคยรู้ 

............................................................................

พวกเราคนไทยได้รับรู้ประวัติศาสตร์นอกตำราว่า หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายในตอนปลายสมัยกรุงธนบุรี พระเจ้าตากสินไม่ได้โดนประหาร แต่ถูกช่วยเหลือและไปใช้ชีวิตปั้นปลายที่นครศรีธรรมราช

ซึ่งเป็นเรื่องจริงแท้แค่ไหน ไม่มีใครรู้ความจริง

แต่ทำไมต้องเป็นนครศรีธรรมราช?

............................................................................

เชื่อว่าเราคนไทยแทบไม่เคยรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้าตากสินและเจ้านครศรีธรรมราชเลย

เราอาจจะเคยได้ยินชื่อ เจ้านครศรีธรรมราช หรือเจ้าพระยานครศรีธรรมราช แต่ความจริงที่เราอาจไม่เคยรู้คือ จริงๆแล้ว มีพระนามว่า”พระเจ้านครศรีธรรมราช”

สาเหตุที่เป็นพระเจ้านครศรีธรรมราช เพราะเป็นตำแหน่งของเจ้าประเทศราช 

พระเจ้านครศรีธรรมราช ไม่ใช่ข้าราชการของกรุงธนบุรี แต่สมเด็จพระเจ้าตากสิน ทรงแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์ของรัฐนครศรีธรรมราช ประเทศราชของกรุงธนบุรี

ไม่เคยรู้เรื่องแบบนี้มาก่อนเลยใช่มั้ย

มาติดตามรายละเอียดต่อไปนี้ด้วยกัน

............................................................................

หลังจากเสียกรุง พ.ศ. 2310 เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชได้หายตัวไป 

ปลัดยกกระบัตรเมืองนครฯ ที่ชื่อหนู จึงขึ้นเป็นเจ้าเมืองแทนที่เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชคนเดิม 

ความที่พระเจ้าตากสินและเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช(หนู) เคยมีภูมิหลังเคยเป็นปลัดยกกระบัตรมาก่อนเช่นเดียวกัน ก็เป็นไปได้ว่าเจ้านคร(หนู) ผู้นี้ กับพระเจ้าตากสิน อาจจะเคยรู้จักกันมาก่อน 

เพราะการจะเป็นปลัดยกกระบัตรได้นั้นจะต้องเป็นมหาดเล็กในราชสำนักมาก่อน รวมทั้งต่างเคยเป็นตัวแทนจากอยุธยาไปหัวเมืองในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน อีกทั้ง

............................................................................

หลังจากกรุงแตกเมื่อปี พ.ศ. 2310 นครศรีธรรมราชเป็นเมืองหนึ่งสำหรับผู้ที่จะหลบลี้หนีภัยพม่า เช่นเดียวกับจันทบุรี นครราชสีมา กัมพูชา 

เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินประกาศอิสระภาพสำเร็จ ก็ทรงปราบ “เจ้าก๊กนายชุมนุม” สำเร็จ 

แต่มีเพียงชุมนุมนครศรีธรรมราช ชุมนุมเดียวที่ไม่โดนจำกัด แต่เจ้านครฯ ยังได้ถูกเชิญมารับราชการอยู่ในกรุงธนบุรี

แล้วในเวลาต่อมา คือในพ.ศ. 2319 ก็ได้ทรงแต่งตั้งให้เป็นเจ้าประเทศราชกลับไปครองเมืองนคร

............................................................................

ในเอกสารแต่งตั้งเจ้านครศรีธรรมราช (หนู) เป็น “พระเจ้านครศรีธรรมราช” เจ้าประเทศราชของกรุงธนบุรี

ได้มีคำกล่าวยกย่องถึงความดีความชอบของพระเจ้านครศรีธรรมราช (หนู) ดังเช่นว่า 

“ครั้งพระณคอรศรีอยุทธยาเสียแก่พม่าข้าศึกแต่ก่อน ฝ่ายกรมการพลเมืองเมืองณคอรหาที่พึ่งไม่ ยกปลัดเมืองขึ้นผ่านแผ่นดินเป็นเจ้าขัณฑสีมาก็ได้พึ่งพาอาศัยสับประยุทธชิงชัยชนะ”แขก”ข้าศึก ถ้าหาไม่ขัณฑสีมาก็จะส่ำสายเป็นไป ความชอบมีอยู่กับแผ่นดิน”

“แขก”ข้าศึก ที่มีการสับประยุทธ์ชิงชัยกัน ในที่นี้หมายถึง รัฐปัตตานี และรัฐมลายู ซึ่งสยาม นับตั้งแต่อยุธยา ใช้เมืองนครฯ เป็นเหมือนรัฐกันชน และเป็นรัฐที่คอยดูแลรัฐแขกทางใต้ให้สยามมาตลอด พอถึงสมัยกรุงธนบุรี พระเจ้าตากสิน ก็ใช้นโยบายเดียวกัน

จึงยกเจ้าเมืองนครฯ เป็นเจ้า(กษัตริย์) และยกเมืองนคร เป็นประเทศราช 

การที่ยกนครศรีธรรมราชประเทศราช คือ การเป็นอีกประเทศ เหมือนเขมร ลาว ที่มีเจ้าเป็นผู้ปกครองราษฏร์ของตน เพียงแต่เป็นเมืองขึ้นของสยามที่ต้องคอยส่งส่วยมาให้

เพราะฉะนั้น เจ้าเมืองนคร เลยได้รับการแต่งตั้ง เป็นพระเจ้านครศรีธรรมราช

............................................................................

และเมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินผูกใจให้การยกย่องเจ้านครขนาดนี้ เจ้านครจึงผูกใจกลับต่อพระเจ้าตากสินด้วยการถวายธิดาเป็นบาทบริจาริกาถึง ๓ องค์ คือ

เจ้าหญิงฉิม โปรดสถาปนาเป็น กรมบริจาภักดีศรีสุดารักษ์

เจ้าหญิงจวน หรือ ยวน

และธิดาองค์เล็กสุด คือเจ้าหญิงปราง หรือทูลกระหม่อมฟ้า หญิงเล็กของชาวนครศรีธรรมราช

ซึ่งในครั้งนั้นทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงธนบุรีกับนครศรีธรรมราชใกล้ชิดสนิทสนมกันเป็นอย่างมาก

............................................................................

ตัดฉากมาที่อุปราชเมืองนครศรีธรรมราช (พัฒน์) ซึ่งอุปราช(พัฒน์) ผู้นี้เป็นทหารคนโปรดของสมเด็จพระเจ้าตากสิน โดยเคยรับราชการสนองพระเดชพระคุณตามเสด็จไปราชการทัพ รบชนะศึกหลายครั้ง 

อุปราชพัฒน์ มีภรรยาคือเจ้าหญิงนวล ซึ่งเป็นธิดาองค์โตของเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (หนู) 

ต่อมาเมื่อภรรยาอุปราชพัฒน์ถึงแก่กรรม สมเด็จพระเจ้าตากสินจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ออกโอษฐ์พระราชทานเจ้าหญิงปรางให้เป็นภรรยาอุปราชพัฒน์

............................................................................

ในพระราชพงศาวดารมีบันทึกตอนนี้ว่า 

“เนื่องจากทรงสงสารด้วยภรรยาตาย…” และแม้ท้าวนางฝ่ายในจะทูลเตือน ว่า “นางนั้นขาดระดูอยู่” แต่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชก็มิได้ทรงเปลี่ยนพระทัย กลับดำรัสว่า “ได้ออกปากให้เขาแล้วก็พาไปเถิด”

แปลเป็นภาษาชาวบ้านได้อีกทีว่า “แม้จะมีคนทักท้วงว่าเจ้าหญิงปราง กำลังตั้งท้องได้ ๒ เดือนแล้ว แต่พระเจ้าตากสินก็ยังคงยืนยันจะยกนางให้อุปราชพัฒน์”

............................................................................

แม้แต่บันทึกประวัติศาสตร์สมัยรัชกาลที่ ๕ ยังมีบันทึกไว้ว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ได้ทรงมี พระราชวิจารณ์เหตุการณ์ครั้งนี้ว่า

“…อยู่มาเมื่อปลายแผ่นดินตาก ชายาเจ้าอุปราชเมืองนครตาย ด้วยความโปรดปรานอย่างตึงตังอย่างไร หรือเพราะความคิดของเจ้ากรุงธนบุรีที่จะปลูกฝังลูกให้ได้ครอบครองเมืองอื่น ๆ กว้างขวางออกไปแนวเดียวกันกับให้กรมขุนอินทรพิทักษ์ออกไปครองเมืองเขมรนั้น จึงได้พระราชทานบุตรหญิงเจ้านครซึ่งเป็นน้องเจ้าจอมมารดาฉิม มารดาพระพงศ์นรินทร์ให้ออกไปเป็นชายา…”

............................................................................

ด้วยเหตุนี้ เจ้าหญิงปรางซึ่งขณะนั้นทรงอยู่ในตำแหน่งเจ้าจอม และทรงครรภ์ได้ ๒ เดือน ก็ได้กลายเป็นภรรยาของอุปราชพัฒน์

มีเอกสารประวัติศาสตร์ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ตอนนี้ว่า

“…เมื่อท้าวนางพาธิดาเจ้านครไปส่งนั้น เจ้าอุปราช (พัฒน์) ก็ทราบความลับนั้น มีความยำเกรงพระบารมีก็ต้องรับไว้เป็น ท่านผู้หญิงอย่างกิตติมศักดิ์อยู่จนตลอดอายุ…”

เมื่อเจ้าจอมมารดา(ปราง) เสด็จไปประทับอยู่ ณ เมืองนครศรีธรรมราชอย่างแม่เมือง จนประสูติพระราชบุตรพระนาม”เจ้าน้อย” ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า เจ้าน้อยผู้นี้คือ “พระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช”

............................................................................

หลังจากผลัดแผ่นดินจากกรุงธนบุรีเป็นกรุงเทพเมื่อ พ.ศ. 2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ ทรงให้ปรับปรุงการปกครองหัวเมืองนครศรีธรรมราชเสียใหม่ 

โดยยกเลิกตำแหน่งเจ้าประเทศราช และลดสถานะเมืองนครศรีธรรมราชเป็นเพียงหัวเมืองเอก 

ปลดพระเจ้านครศรีธรรมราช (หนู) แล้วตั้งอุปราชเมืองนครศรีธรรมราช (พัฒน์) เป็นเจ้าพระยานครศรีธรรมราช หรือนิยมเรียกสั้นๆ ว่า“เจ้าพัฒน์” 

แล้วหลังจากเจ้าพัฒน์สิ้นแล้ว เจ้าน้อย โอรสลับของสมเด็จพระเจตากสิน ก็ได้เป็น เจ้าพระยานครศรีธรรมราช คนต่อไป

............................................................................

เอกสารประวัติศาสตร์อีกฉบับบันทึกว่า

“…ความที่ว่าเจ้าพระยานคร (น้อย) เป็นราชบุตรลับของพระเจ้ากรุงธนบุรีนั้น แม้ฝรั่งทางเมืองเกาะหมากก็รู้ ได้เขียนหนังสือพิมพ์ไว้ แต่ในรัชกาลที่สาม…”

............................................................................

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชวิจารณ์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าน้อยกับพระราชโอรสพระราชธิดาองค์อื่นๆ ในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชนั้น ว่า

“…เจ้าพระยานครผู้นี้มีอำนาจวาสนามากกว่าเจ้าพระยานครทุกคน เป็นเรื่องที่เขาเล่ากระซิบกันเป็นการเปิดเผย และพวกบุตรหลาน เจ้ากรุงธนบุรีก็นับถือว่าเป็นพี่น้อง เหตุฉะนั้นจึงนับเกี่ยวข้องกันใน เชื้อวงศ์เจ้ากรุงธนบุรีกับพวกนครศรีธรรมราช…”

............................................................................

ด้วยเหตุที่กรุงธนบุรีมีสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับเมืองนครศรีธรรมราชเช่นนี้ 

เมื่อเกิดเหตุจลาจลในช่วงปลายกรุงธนบุรี จึงเกิดเรื่องเล่าลือ เพราะชาวบ้านเชื่อกันว่า เมื่อสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก โปรดให้สำเร็จโทษ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชนั้น 

ได้มีผู้ช่วยเหลือให้พระองค์ได้เสด็จหนีไปบวช ซ่อนองค์อยู่ในถ้ำวัดเขาขุนพนม ที่นครศรีธรรมราช

กล่าวกันว่าปัจจุบัน ยังมีหลักฐานและร่องรอยปรากฏให้เห็น เช่น อาคารที่ประทับ และด้านหน้าถ้ำยังปรากฏร่องรอยของกำแพงก่ออิฐถือปูนประดับใบเสมาทำนองเดียวกับกำแพงเมือง และซากป้อมซึ่งมีช่องคล้ายที่ตั้งปืนใหญ่

อย่างไรก็ดี เรื่อง เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ที่เป็นโอรสลับของ สมเด็จพระเจ้าตากสิน นั้นมีหลักฐานเอกสารหลายฉบับกล่าวถึง 

แต่เรื่องที่มีคนช่วยให้สมเด็จพระเจ้าตากสินหนีไปอยู่บวชที่นครศรีธรรมราชนั้นยังไม่มีผู้ใดพบหลักฐานที่เป็นเอกสารเพื่อยืนยันคำเล่าลือดังกล่าว

............................................................................

อัษฎางค์ ยมนาค

พระมหากษัตริย์เสียสติจริงหรือ:

https://www.facebook.com/100566188950275/posts/208854964788063/?d=n




วันอังคารที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ทำไม ชาวนาถึงไม่คิด

 ใครเคยเห็นชาวนา คุยกันเรื่อง ลงเงินคนละ5000 บาทไปซื้อโรงสีเล็กๆ มาสีข้าวขายมั่ง






.......คือมันไม่มีแบบนี้ไง  ทั้งที่มันคือทางออกที่ตรงที่สุด ถูกต้องที่สุด รำ ปลาย ฟางข้าว แกลบดิบ แกลบดำ มันขายได้ทั้งหมด

#มันคือสิ่งที่ขาดหายไปในวงจรของการทำเกษตร




(คิดก่อนทำ)วันข้างหน้า ถ้าโดนเรียกเก็บค่าลิชสิทธิ์ ย้อนหลังจะทำยังไง

 ลองคิดเล่นๆ   มันเป็นความจริง




เอาเพลงค่าย มาโคฟเวอร์ อัพยูทูป  เอาเพลงเขามาทำสนุกสนาน เฮฮา

เอาเพลงเขามาทำเพลงหาเสียงเลือกตั้งทุกระดับชั้น  เอาเพลงเขามาไลท์สดขายของ

เอาเพลงเขามาทำอะไรก็แล้วแต่ แค่ในยูทูป กับติ๊กต็อก  ค่ายเก็บข้อมูลเงยบๆ ทุกวัน เป็นปี เป็นสองปี

วันนึงโดนหมายเรียก เก็บค่าลิขสิทธิ์ หลักล้านขึ้นมา  ... ความสนุกเฮฮา จะกลายเป็นความทุกข์ทันที รายได้ยอดวิว คงช่วย อะไรไม่ได้ตอนนั้น

วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2564

เราคนไทยต่างหากที่ต้องปรับตัวรองรับ ให้ถูกทิศทาง

 โลกใหม่  จีนขนผักมาเมืองไทย เราต้องส่งเสริมให้มาเยอะๆ ถึงจะถูก เพราะต้นทุน ถูกกว่าคนไทยปลูกเองมาก




เราคนไทยต่างหากที่ต้องปรับตัวรองรับ ให้ถูกทิศทาง ไม่ใช่ไปสกัดกั้น ด้วยงบประมาณแบบเอาไปละลายแม่น้ำเล่น

.

เราปรับเปลี่ยนโครงสร้างของผู้คน จากผู้ผลิต จากเกษตรกรผู้ปลูก เราต้องเอางบประมาณ มาปรับเปลี่ยนจากเกษตรกร มาเป็นผู้ประกอบการ มาเป็นผู้แปรรูป มาเป็นเจ้าของกิจการแปรรูปสินค้าเกษตรรายย่อย

.

ปรับกฏหมายให้ทันสมัย ยกเลิกกฤหมายให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลก

ล้าสมัย ขัดขวางความเจริญ ยกเลิกให้หมด ทำให้ได้ใน 1 ปี เพื่อปรับประเทศไปสู่ยุกของผู้ประกอบการรายย่อย 

วันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2564

รอคอยโอกาส แล้วค่อยลงมือ

 รอคอยโอกาส แล้วค่อยลงมือ




การเฝ้าดู สถานการณ์ จะงหวะ เวลา สำคัญที่สุด

เมื่อจังหวะลงมือมาถึง อย่าได้พลาดโอกาสทองของชีวิต

ลุงเข้าใจ คนเรามักกลัวที่จะเปลี่ยนแปรง หรือตัดสินใจทำในสิ่งยากๆ หรือสิ่งที่ไม่เคยทำมาเลยในชีวิต


ฉนั้น คนบางคน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ใหญ่มากๆ ในโลกนี้

#มักจะปล่อยให้โอกาสทองของชีวิตเลื่อนผ่านไปอย่างน่าเสียดาย


แล้วยอมอยู่กับความอดอยาก ทุกข์ยาก ทรมาน อย่างแสนสาหัสต่อไป

หนึ่งในนั้น อาจเป็นคนอย่างคุณ รวมอยู่ด้วย เป็นจำนวนมาก





โลกนี้ไม่มีพ่อค้าไม่ได้

 ในโลกนี้ มีการค้า ที่เรียกว่า





มีการขายที่หาซื้อไม่ได้     มีการซื้อที่หาขายไม่ได้

สินค้าก็คือสิ่งของ    คือการขายจากขวา ไป ซ้าย แล้วก็ขายจากซ้ายไปทางขวา

พ่อค้า ต้องทำหน้าที่ขาย หรือแลกเปลี่ยน ทั้ง จากซ้ายไปขวา และจากขวาไปซ้าย

แล้วตีราคา มากหรือน้อย พ่อค้าก็ทำหน้าที่ซื้อมาขายไป มากน้อย ไกล้ไกล

โลกนี้ต้องมี พ่อค้า

#โลกนี้ไม่มีพ่อค้าไม่ได้

วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2564

คำถาม สำหรับการตัดสินใจมาเรียนรู้

 




คำถามที่ 1  สินค้าที่อยู่เท่าเดิม ทำยังไงให้มีรายได้มากขึ้น

คำถามที่ 2  จะย้ายลูกค้าจากตลาดล่าง ไปสู่ตลาดกลางและบน ได้อย่างไร


คิดแล้วตอบ สองคำถาม นี้ให้ได้ก่อนจะเป็น คนขายออนไลน์

วันพุธที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2564

การยึดรถ ผิดหรือไม่



ข้อ ๙.๑ ได้กำหนดเอาไว้ว่า
"#กรณีไม่มีแผ่นป้ายทะเบียนรถ ต้องตรวจสอบเลขหมายเครื่องยนต์ เลขหมายตัวถังรถ แล้วแจ้งหมายเลขดังกล่าวพร้อมชื่อ ชนิดรถ (แบบ/รุ่น/ปีที่ผลิต) ชื่อเครื่องยนต์ เพื่อตรวจสอบไปยัง "
๙.๑.๑ กรมการขนส่งทางบก
๙.๑.๒ บริษัทตัวแทนจำหน่าย
๙.๑.๓ บริษัทผู้ผลิต
๙.๑.๔ กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
๙.๑.๕ ศูนย์ประมวลข่าวสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ฉะนั้นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงประการแรกก่อนเสมอคือ จะต้องมีกฎหมายกำหนดเอาไว้ให้ทำการยึดรถคันดังกล่าวนั้นก่อนว่าสามารถที่จะยึดได้หรือไม่
ต่อมาถ้ารถคันดังกล่าวนั้นไม่มีแผ่นป้ายทะเบียนรถแล้ว ระเบียบดังกล่าวได้กำหนดขั้นตอนต่อไปว่าให้ตรวจหมายเลขเครื่องยนต์ หรือหมายเลขชัชซีส ของรถคันดังกล่าวนั้น โดยตรวจกับ กรมการขนส่ง บริษัทตัวแทน บริษัทผู้ผลิต กองประวัติอาชญากรรม หรือ ศูนย์ประมวลข่าวสาร ของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ซึ่งการนำหมายเลขเครื่อง หรือหมายเลขชัชซีส ก็สามารถนำเอาจากตัวรถ ณ จุดตรวจ ปัจจุบันยุค Thailand 4.0 แล้ว การตรวจเช็ตกับหน่วยงานที่กล่าวมานั้นได้โดยทันที่ ไม่ว่าจะโดย โทรศัพท์ , ไลน์ , Application อื่นๆ ก็สามารถรู้ได้ทันที หาจำต้องยึดรถเอาไว้ แล้วนำรถไปตรวจสอบที่โรงพักก็หาไม่
การยึดรถไปนั้นโดยกล่าวอ้างว่า "สงสัยจะเป็นรถลักขโมย" จะต้องมีพยานหลักฐานตามสมควรว่ารถนั้นเป็นรถ ได้มา ได้ใช้ หรือ มีไว้ เป็นความผิด หรือจะใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบการกระทำผิด และขณะทำการยึดรถจากผู้ใดนั้น จะต้องมีการตั้งข้อกล่าวหาให้แก่ "ผู้นั้น" ในฐานความผิดในการที่จะยึดรถนั้นด้วย เช่น #ลักทรัพย์ หรือ #รับของโจร
แต่ที่ปฎิบัติกันมานั้นทำการยึดรถไว้ แต่ตั้งข้อหา ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียนรถ ไม่มีป้ายวงกลม ไม่มีใบขับขี่ หรือ ข้อหาดัดแปลงสภาพสภาพรถก็ดีนั้น ซึ่งความผิดฐานต่างๆเหล่านี้นั้น กฎหมายไม่ได้บัญญัติให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจถึงกับยึดรถไปไว้ที่สถานีตำรวจเลย แต่เป็นความผิดที่จะต้องออกใบสั่งตาม พรบ. จราจร เท่านั้น
การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการยึดรถของผู้ครอบครองรถในขณะนั้นๆในลักษณะตัดสิทธิการครอบครองรถของผู้นั้นไป เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ หลายบทหลายมาตรา ซึ่งเป็นบทสันนิษฐานที่เป็นคุณแก่ผู้ครอบครองหรือผู้เป็นเจ้าของ เช่น
มาตรา ๑๓๖๗ บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตน ท่านว่าบุคคลนั้นได้ซึ่งสิทธิครอบครอง
มาตรา ๑๓๖๙ บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินไว้ ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลนั้นยึดถือเพื่อตน
มาตรา ๑๓๗๐ ผู้ครอบครองนั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าครอบครอง โดยสุจริต โดยความสงบและโดยเปิดเผย
มาตรา ๑๓๗๒ สิทธิซึ่งผู้ครอบครองใช้ในทรัพย์สินที่ครอบครองนั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสิทธิซึ่งผู้ครอบครองมีตามกฎหมาย
มาตรา ๑๓๓๖ ภายในบังคับแห่งกฎหมาย เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สอย และจำหน่ายทรัพย์สินของตนและได้ซึ่งดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้น กับทั้งมีสิทธิ ติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ และ มีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบด้วย กฎหมาย
ฉะนั้นผู้ครอบครองหรือผู้เป็นเจ้าของรถในขณะขับขี่นั้นมีกฎหมายสันนิษฐานให้เป็นคุณกำหนดเอาไว้แล้ว ผู้ใดโต้แย้งหรือกล่าวหาเป็นอย่างอื่น ผู้นั้นมีหน้าที่พิสูจน์
ซึ่งปัจจุบันนี้มีการปฎิบัติที่กลับหัวกลับหางกัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการยึดรถเอาไว้ก่อนโดยไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาอันเกี่ยวเนื่องกับข้อหา "ลักทรัพย์" หรือ "รับของโจร" แต่ตั้งข้อหาอันเกี่ยวกับ พรบ จราจร หรือ พรบ รถยนต์ ที่ไม่ได้ให้อำนาจทำการยึดรถเอาไว้ แถมให้ผู้ถูกกล่าวมีหน้าที่ไปหาพยานหลักฐานมาพิสูจน์สิทธิในการครอบครอบ หรือ กรรมสิทธิในตัวรถของตนเองอีกด้วย
ซึ่งเป็นการยึดรถเอาไว้โดยปราศจากอำนาจตามกฎหมายให้กระทำได้ครับ
#ข้อสังเกตุ ทำไมจึงทำการยึดแต่รถจักรยานยนต์ แล้วรถยนต์ทำไมไม่ยึดในลักษณะเดียวกัน และเมื่อจ่ายค่าปรับแล้วทำไมจึงสามารถนำรถออกมาได้ทั้งๆ สิ่งที่กล่าวหานั้นก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข

 

วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2564

คนหนุ่มสาวยุ่งกับการใช้ชีวิต จนไม่เหลือความฝัน

 ฉันเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์

.
อาจารย์คณะนิติศาสตร์ทุกคนของฉัน เคยพูดว่า “กฎหมายบัญญัติไว้ว่าอย่างนี้ แต่ในทางปฏิบัติในชีวิตความเป็นจริง…”
.
ชีวิตความเป็นจริงเป็นโลกที่น่าพิศวง ในชีวิตความเป็นจริง คนซื่อๆ ที่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด มักใช้ชีวิตเงียบๆ ไม่มีชื่อเสียงเรียงนาม, ส่วนคนที่มากเล่ห์เพทุบาย สุดท้ายกลับมีทั้งชื่อเสียงมีลาภสมบัติ
.
เพราะฉะนั้น เด็กไร้เดียงสาอย่างฉัน จึงมักมีรุ่นพี่ที่มากประสบการณ์ มาตบไหล่ฉันเบาๆ ด้วยความเอ็นดู และบอกฉันว่า “เด็กน้อย รอจนเธอเข้าใจโลกเสียก่อน”
.
สิ่งที่ฉันอยากถาม ก็คือ คนหนุ่มสาวอย่างฉัน สามารถทำอะไรให้กับโลกได้บ้าง
.
วันหนึ่งข้างหน้า ผู้ว่าแบงค์ชาติ จะเป็นคนที่เกิดหลังปี 1990
.
นักธุรกิจชั้นนำจะเป็นคนที่เกิดหลังปี 1990
.
แม้กระทั่งประธานาธิบดี ก็จะเป็นคนที่เกิดหลังปี 1990
.
ในวันที่ทั้งสังคมเป็นที่ยืนของคนที่เกิดยุคหลังปี 1990
.
ฉันอยากถามเพื่อนร่วมรุ่นทุกคนว่า พวกเราอยากให้สังคมเป็นเช่นไร
.
ฉันรู้ดีว่า ไม่ใช่ทุกคนสามารถก้าวขึ้นมา ฝันฝ่าพายุและคลื่นลม จนเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของประเทศชาติ
.
ฉันและคุณ ล้วนเป็นคนเล็กๆ ธรรมดาๆ ภายในกลไกเครื่องจักรสังคมอันมหึมา พวกเราเป็นเพียงหมุดตะปูตัวเล็กๆ
.
สมัยเรียนหนังสือ พ่อแม่พูดทุกวันว่า ให้ตั้งใจเรียนเป็นอันดับแรกอย่าเพิ่งสนใจอย่างอื่น
.
พอถึงวันจบการศึกษา พวกเราก็เที่ยวเอาจดหมายสมัครงานหว่านไปทั่วด้วยความหวังว่าจะมีบริษัทรับเข้าทำงาน
.
ผ่านไปไม่กี่ปี ก็ถูกกดดันให้แต่งงาน ซื้อบ้าน แล้วก็ใช้เวลาอีกประมาณ 20 ปีแรกของชีวิตการทำงานช่วงที่มีกำลังเต็มที่ หาเงินมาใช้หนี้
.
จนทำให้คนหนุ่มสาวยุ่งกับการใช้ชีวิต จนไม่เหลือความฝัน
.
ไม่มีเวลาสนใจการเมือง
.
ไม่มีเวลาสนใจสิ่งแวดล้อม
.
ไม่มีเวลาสนใจชะตากรรมบ้านเมือง
.
แล้วจะยังเหลือกำลังวังชา ทำอะไรให้แก่สังคมส่วนรวมได้อีก
.
แต่ภายหลังฉันพบว่า มีอยู่อย่างหนึ่งที่ฉันและคุณทำได้
.
สิ่งนี้ก็คือ คนรุ่นเรา ไม่ว่าจะเดินไปในเส้นทางใด ขออย่าได้ทำชั่ว
.
ขอแค่อย่าเปลี่ยนเป็นผู้ใหญ่แบบที่เราเคยรังเกียจในสมัยเด็ก
.
ถ้าต่อไปเราเป็นคนขายของแผงลอย ก็อย่าเอาน้ำมันทิ้งแล้วมาทอดของขาย
.
ถ้าขายผลไม้ ก็อย่าโกงน้ำหนักตราชั่ง
.
ถ้าเปิดโรงงาน เป็นเจ้านายคน ก็อย่ากดค่าแรง ลดคุณภาพวัตถุดิบ ผลิตของด้อยคุณภาพ
.
คนธรรมดาหนึ่งคน ในตำแหน่งหน้าที่การงานที่แสนธรรมดา ถ้าทำหน้าที่ของตนให้ดีได้ ย่อมเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก
.
เพราะเราทุกคน ตั้งแต่วันที่เราเกิดมา ก็มีผลเปลี่ยนแปลงโลก
.
ฉันเป็นนักศึกษากฎหมาย ถ้าในภายภาคหน้า ฉันสามารถเป็นผู้พิพากษาที่มีความยุติธรรม สังคมของเรา ก็จะมีผู้พิพากษาที่ดีเพิ่มขึ้นอีก 1 คน
.
และย่อมเป็นสังคมที่ดีขึ้นอย่างน้อยก็นิดนึง
.
ฉันหวังว่า ทุกคนจะตระหนักว่า แม้จะมีเหตุผลอันน่าเห็นใจแสนอย่างรองรับการทำชั่ว ตัวเราก็ต้องรักษามาตรฐานศีลธรรมของเราไว้ ด้วยเหตุผลเดียว นั่นก็คือ เราไม่ใช่สัตว์ป่าผู้โหยหิว แต่เป็นมนุษย์ผู้รู้ผิดชอบชั่วดี
.
เพื่อนร่วมรุ่นหนุ่มสาวของฉัน พวกเราสามารถเป็นคนหนุ่มสาวที่มีคุณภาพ ตลอดชีวิตเกลียดชังความชั่ว ไม่ปล่อยตัวตามกระแสแห่งคลื่นลม ไม่รับใช้ผู้มีอำนาจอย่างหลับหูหลับตา ไม่ลืมหลักการ ไม่ลืมความเป็นมนุษย์
.
ดังนั้น ฉันขอฝากถึงเพื่อนร่วมรุ่นที่รักทุกคน ถ้าในอนาคต มีคนพูดกับคุณว่า เธออย่าสะเออะมาเป็นนักศีลธรรม รู้จักปรับตัวเข้าสังคมบ้าง
.
เมื่อเวลานั้น เธอก็ควรมีความกล้าหาญเพียงพอ ที่จะตอบว่า ก็ฉันไม่เหมือนคุณนี่
.
ฉันไม่ได้มาเปลี่ยนตัวเองเพื่อเข้าสังคม
.
ฉันมามีส่วนเปลี่ยนแปลงสังคม
........................................................................
บทความ โดย ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยแพร่ใน Facebook : Arm Tungnirun