หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2559

มอบทุนการศึกษา 1 หมื่นบาท..วันแม่ ปี59
































ตั้งใจมอบทุนการศึกษา 1 หมื่นบาท
ให้กับเด็กๆ โรงเรียนวัดบ้านพร้าวใน สามโคก ปทุม
.
วันนี้ ทุนการศึกษาถึงมือเด็กๆเรียบร้อย
.
ลุงไม่ได้ไป เพราะติดภาระกิจ
.
เลยมอบหน้าที่ให้ศรีภรรยา ทำหน้าที่ตรงนี้
เพราะเขาเกิดที่นั่น.........
.
บาเล่ (สุขเกษม) สภานุชาต
.
เป็นของขวัญให้กับเด็กๆครับ
.
แล้วพบกันวันเด็ก อีกที ที่ไหน ยังไม่รู้

วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ใบมะละกอ

นพ.สมยศ กล่าวว่า ผู้ป่วยไข้เลือดออก เกล็ดเลือดจะต่ำลงเรื่อย ๆ เนื่องจากมีภาวะเลือดออก และอาจทำให้เสียชีวิตได้ แต่การดื่มน้ำใบมะละกอวันละ 30 ซีซี. ติดต่อกัน 3 วัน ระดับเกล็ดเลือดที่ต่ำจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น เมื่อถามว่า ได้นำเสนอให้ผู้ใหญ่และผู้เกี่ยวข้องในกระทรวงสาธารณสุขได้รับทราบหรือยัง นพ.สมยศ กล่าวว่า ยัง แต่ได้เผยแพร่ใน ล้างพิษตับ.com เฟซบุ้กส่วนตัว ใส่ชื่อตนและเบอร์โทรศัพท์พร้อมให้ข้อมูลเรื่องนี้เพราะมีการรวบรวมงานวิจัยในเรื่องนี้เอาไว้หลายแห่ง อย่างไรก็ตามเริ่มพูดคุยกับ รพ.บางแห่งแล้ว
สำหรับขั้นตอนการรักษาโรคไข้เลือดออกด้วยใบมะละกอสด
คือ ใช้ใบมะละกอสดพันธุ์ใดก็ได้ประมาณ 50 กรัมจากต้นมะละกอ จากนั้นล้างให้สะอาด และทำการบดให้ละเอียด ไม่ต้องเติมน้ำ กรองเอากากออก ดื่มน้ำใบมะละกอสด แยกกาก วันละ ครึ่งแก้ว หรือ 30 ซีซี ติดต่อกัน 3 วัน วิธีนี้มีการวิจัยมาแล้วว่าไม่เป็นอันตราย”นพ.สมยศ กล่าว
นพ.สมยศ กล่าวด้วยว่า ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าสารสำคัญตัวใดในใบมะละกอที่สามารถช่วยเพิ่มระดับเกล็ดเลือด รู้แต่ว่ากินแล้วได้ผล และทดลองในคนได้ผล ดังนั้นเมื่อกินแล้วไม่มีผลเสีย หรืออันตราย ถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษา เพราะปกติผู้ป่วยไข้เลือดออกก็รักษาไปตามอาการอยู่แล้ว ทั้งนี้ได้พูดคุยกับ รพ.บางแห่งแล้วให้ลองนำไปใช้ดู และได้แจ้งเรื่องนี้ให้เจ้าหน้าที่ป้องกันและควบคุมโรคไปดูแล้ว
ใบมะละกอกับการรักษาโรค
“ใบมะละกอ”  เป็นน้ำที่สกัดจากใบของต้นมะละกอ และเราทุกคนตระหนักถึงประโยชน์ต่อสุขภาพของการกินมะละกอ แต่เมื่อเร็วๆนี้สารสกัดจากใบมะละกอได้รับความนิยมเนื่องจากการค้นพบคุณสมบัติของสมุนไพรและมันสามารถช่วยบรรเทาโรคร้ายแรง เช่น โรคไข้เลือดออก และโรคมะเร็งได้
ขั้นตอนการทำน้ำใบมะละกอที่บ้านตามขั้นตอนดังนี้
1.นำใบมะละกอขนาดต่างๆมาล้างให้สะอาด ปล่อยให้สะเด็ดน้ำ หั่นให้มีขนาดเล็กแล้วนำไปต้ม โดยใช้น้ำ 2 ลิตร
2.ต้มไปเรื่อยๆโดยที่ไม่ต้องปิดฝาหม้อ จนน้ำลดลงเหลือครึ่งหม้อ
3.แล้วกรองเอากากออกจนเหลือแค่น้ำใบมะละกอ เก็บไว้ในตู้เย็นได้ 3-4 วัน แนะนำว่าควรจะดื่มเลยจะดีที่่สุด
ไว้ควรดื่มหากเก็บไว้จนขึ้นฝ้าแล้ว
อีกวิธีหนึ่งคือ การคั้นน้ำใบมะละกอโดยการแยกกากออกจนเหลือแต่น้ำ
แม้ว่าน้ำของใบมะละกอจะมีประโยชน์อย่างมาก แต่ก็มีข้อห้ามสำหรับหญิงตั้งครรภ์ เพราะอาจทำให้เกิดอาการแท้ง นอกจากนี้ก็ไม่ควรที่จะบริโภคร่วมกับยาเกี่ยวกับไทรอยด์และโค เอ็นไซด์ Q10
ประโยชน์ของน้ำใบมะละกอที่มีต่อสุขภาพ
ตามที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้ น้ำใบมะละกอ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาโรคไข้เลือดออก และมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่นๆดังนี้
1. โรคไข้เลือดออกเป็นโรคร้ายแรงที่เกิดจากไวรัสไข้เลือดออก โดยยุงลาย โรคนี้อาจถึงแก่ชีวิตได้ตลอดเวลา อาการของโรค เช่น ไข้ขึ้นสูง ปวดศรีษะ ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง ปวดตามข้อ มีผื่นสีแดงบนร่างกาย ก่อให้เกิดอาการคัน และ ปริมาณของเกล็ดเลือดลดลง จนถึงขณะนี้ยังไม่มียาเฉพาะเจาะจงสำหรับโรคนี้ ยาแอสไพรินและไอบูโปรเฟน มีผลข้างเคียงในตัวมันเอง น้ำใบมะละกอเป็นวิธีรักษาตามธรรมชาติที่ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และหลายกรณีศึกษาได้แสดงให้เห็นว่า น้ำใบมะละกอ มีเอนไซม์ ไชโมปาเปน และ ปาเปน ที่ช่วยเพิ่มเกล็ดเลือด หรือที่เรียกว่า เกล็ดเลือด และยังบรรเทาอาการของโรค บริษัทผลิตยาได้เตรียมการผลิตสารสกัดจากใบมะละกอ ในรูปแบบของแคปซูล และสูตรแบบเหลว สำหรับให้ได้ผลที่รวดเร็ว แพทย์แนะนำให้ดื่มน้ำใบมะละกอ 20-25มล.วันละสองครั้ง ใน 1อาทิตย์
2. ใบมะละกอมีคุณสมบัติป้องกันโรคมาลาเรียได้เป็นอย่างดี ในบางประเทศใช้น้ำใบมะละกอในการป้องกันและรักษาโรคมาลาเรีย
3. คุณสมบัติต้านมะเร็งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมะละกอมีความเข้มข้นในสารสกัดจากใบ ตามการวิจัยที่จัดทำโดยวารสาร enthnopharmacology พบว่าน้ำในใบมะละกอมีเอนไซม์บางอย่างที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านโรคมะเร็งได้อย่างน่าทึ่ง และเนื้องอกชนิดต่างๆ ที่มีผลต่อร่างกาย เช่น มะเร็งลำคอ มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งตับอ่อน ปราศจากสารพิษต่อร่างกาย, ในบางประเทศใช้น้ำใบมะระกอเป็นตัวทำเคมีบำบัด โดยการควบคุม ที-เซลล์ และสารสกัดจากใบมะละกอยังเพิ่มการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันโรคมะเร็ง
4. ใบมะระกอมีสารอาหารที่สำคัญ เช่น วิตามิน A, B1, C และ E แคลอรี่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และน้ำใบมีเอนไซม์ ที่สำคัญเรียกว่า ปาเปน ที่ช่วยย่อยอาหารโดยการสลายโปรตีนธรรมชาติ
5. น้ำใบมะละกอ มี สารออกฤทธิ์มากว่า 50 ส่วนผสม รวมทั้งสาร karpain ที่ยับยั้งจุลินทรีย์ อาทิ เชื้อรา หนอนปรสิต แบคทีเรีย เช่นเดียวกันกับรูปแบบของเซลล์มะเร็ง มักจะใช้ยาสมุนไพรเพื่อขับพยาธิ เนื่องจากทีแทนนินที่ปกป้องลำไส้จากการติดเชื้อจากากรฟอกโปรตีนในเยื่อบุของผนังลำไส้ ด้วยวิธีนี้ พยาธิไม่สามารถแนบตัวเอง ดังนั้นจึงมีประสิทธิภาพในการยับยั้งสาเหตุของไข้ไทฟอยด์
6. อีกประโยชน์ที่น่าตื่นใจของน้ำใบมะละกอ คือความสามารถในการต่อสู้กับการติดเชื้อไวรัสไข้หวัด มันเป็นวิธีธรรมชาติในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด ใบมะละกอมีมากกว่า 50 ส่วนผสมรวมถึงวิตามิน A,C และ E ที่เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
7. ใบมะละกอสดต้มกับส้มสไลด์บางๆช่วยในการเผาผลาญไขมัน เพราะน้ำมะละกอเป็นตัวที่ช่วยลดได้ดีที่สุด
8. น้ำใบมะละกอมีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ในกรณีนี้ ; ใบมะละกอ 1ใบ ,มะขาม และเกลือ ผสมเข้ากันกับน้ำ แล้วนำไปต้ม, แล้วดื่มหลังจากที่เย็นแล้ว เพื่อบรรเทาอาการปวด
ผิว – กับประโยชน์จากใบมะละกอ
ผลไม้มะละกอ มีประโยชน์อย่างมากกับผิว จะเห็นได้จากการนำไปพอกหน้า เพื่อช่วยให้ผิวสดใส เปล่งปลั่ง นอกจากผลแล้ว ใบมะละกอยังมีประโยชน์ต่อผิวเช่นกัน
9. น้ำใบมะละกออุดมไปด้วยวิตามิน A และ C เมื่อเทียบกับผลมะละกอ และช่วยส่งเสริมสุขภาพของผิว
10. น้ำใบมะละกอทำหน้าที่เหมือนการล้างผิว สามารถนำมาประกอบกับสาร karpain ที่ยับยั้งจุลินทรีย์และสารพิษอื่นๆ จึงทำให้คุณมีผิวที่สะอาด ปกป้องปัญหาผิวที่จะเกิดขึ้น เช่น สิว ฝ้า และกระเป็นต้น
11. น้ำใบมะละกอ มีประสิทธิภาพในการรักษาแผลเปื่อย กลาก เกลื้อน คุณสามารถ ทาที่มีอาการได้เลย
12 . นำใบมะละกอสด สามารถรักษาแผลและฝี
13. น้ำจากยางใบมะละกอ สามารถทาผิวหนังที่แข็งให้อ่อนนุ่มลง และทาหูดที่เท้าได้
14. น้ำใบมะละกอมักจะถูกใช้ในการทำสูตรการดูแลเส้นผม เช่น แชมพู และครีมนวดผม ทำให้เส้นผมแข็งแรง และครีมนวดผมยังผสมกับส่วนผสมอื่นๆ เช่น มะพร้าวและน้ำผึ้ง เพื่อเพิ่มเส้นผม ให้เงางาม และนุ่มขึ้น
15. สารสกัดจากใบมะละกอถูกนำมาใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นส่วนผสมในแชมพูขจัดรังแค หมายถึง การควบคุมและป้องกันสะเก็ด รังแค เพราะสารจาก Karpain มีประสิทธิภาพในการขจัดสิ่งสกปรกและน้ำมันรวมทั้งสารเคมีที่สร้างขึ้นมาจากผมโดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆทั้งสิ้น

Cr.พระอธิการ นพดล กันตสีโล

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ทธิที่เจ้าพนักงานผู้จับต้องแจ้งให้ผู้ถูกจับทราบ

สิทธิที่เจ้าพนักงานผู้จับต้องแจ้งให้ผู้ถูกจับทราบมีดังต่อไปนี้ (ป.วิ.อาญา มาตรา 83, มาตรา 84 วรรคแรก)
1. เจ้าพนักงานซึ่งทำการจับต้องแจ้งแก่ผู้ที่จะถูกจับว่า เขาต้องถูกจับ (ป.วิ.อาญา มาตรา 83 วรรคหนึ่ง) (เพื่อที่จะให้บุคคลผู้ถูกจับรู้ตัวว่าเขาจะต้องถูกจับ)
เจ้าพนักงานผู้จับต้องแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบ หรือหากมีหมายจับให้แสดงต่อผู้ถูกจับ (ป.วิ. อาญา มาตรา 83วรรคสอง) (เพื่อที่จะให้บุคคลผู้ถูกจับทราบข้อกล่าวหาที่มีการ กล่าวหาแก่ตนในรายละเอียดข้อเท็จจริงที่เขาจะต้องถูกจับนั้น หรือหากมีหมายจับให้แสดงต่อผู้ถูกจับทราบ ซึ่งเขาจะได้ทราบข้อกล่าวหาและรายละเอียดข้อเท็จจริงที่เขาจะต้องถูกจับตามหมายจับนั้น โดยบุคคลผู้ถูกจับจะได้ต่อสู้และแก้ข้อกล่าวหาได้อย่างถูกต้อง ถ้าหากเขาไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด)
3. เจ้าพนักงานผู้จับต้องแจ้งว่า ผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้(ป.วิ. อาญา มาตรา 83 วรรคสอง) (เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลผู้ถูกจับมีโอกาสที่จะเตรียมตัวในการที่จะแก้ข้อกล่าวหา โดยที่จะไม่มีผู้ใดบังคับให้เขาให้การในขณะนั้น ถ้าเขายังไม่มีความพร้อมที่จะให้การ)
4. เจ้าพนักงานผู้จับต้องแจ้งว่าถ้อยคำที่ผู้ถูกจับให้การนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐาน ยืนยันเขาในการพิจารณาคดีได้(ป.วิ. อาญา มาตรา 83 วรรคสอง)
5. เจ้าพนักงานผู้จับต้องแจ้งว่าผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความ หรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความได้ (ป.วิ. อาญา มาตรา 83 วรรคสอง) (เพื่อให้บุคคลผู้ถูกจับสามารถที่จะมีที่ปรึกษาและมีทนายความที่มีความรู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย เข้ามาคุ้มครองช่วยเหลือแก่เขาในการแก้ข้อกล่าวหาได้เป็นอย่างดี)
6. เจ้าพนักงานผู้จับต้องแจ้งให้ผู้ถูกจับทราบว่า มีสิทธิแจ้งให้ญาติหรือผู้ซึ่งเขาไว้วางใจทราบถึงการจับกุมได้ (ป.วิ.อาญา มาตรา 83 วรรคสอง) (โดยเจ้าพนักงานผู้จับต้องอนุญาตให้บุคคลผู้ถูกจับดำเนินการได้ตามสมควรแก่กรณี ถ้าหากว่าสามารถดำเนินการได้โดยสะดวก และไม่เป็นการ ขัดขวางการจับหรือการควบคุมผู้ถูกจับ หรือจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลผู้ถูกจับมีที่ปรึกษาในทันทีที่เขาถูกจับกุม ซึ่งเขาจะได้ปรึกษาหารือถึงการดำเนินการในการแก้ข้อกล่าวหา หรือการเตรียมการเพื่อขอปล่อยชั่วคราว เป็นต้น)
7. เจ้าพนักงานผู้จับต้องนำตัวผู้ถูกจับไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนโดยทันที (ป.วิ. อาญา มาตรา 84 วรรคหนึ่ง) (เพื่อให้บุคคลผู้ถูกจับได้รับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้มากขึ้น โดยที่จะไม่ถูกจับและถูกควบคุมจากพนักงานผู้จับไว้นานเกินสมควร และเพื่อให้เจ้าพนักงานผู้รับตัวผู้ถูกจับจะได้ทำการตรวจสอบด้วยว่าการจับของเจ้าพนักงานผู้จับซึ่งจับบุคคลผู้ถูกจับมานั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เพียงใดด้วย)
เจ้าพนักงานผู้จับต้องแจ้งข้อกล่าวหาและรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุแห่งการจับให้ผู้ถูกจับทราบ ถ้ามีหมายจับให้แจ้งให้ผู้ถูกจับทราบและอ่านให้ฟัง (ป.วิ. อาญา มาตรา 84 วรรคหนึ่ง (1)) (เพื่อให้บุคคลผู้ถูกจับทราบข้อกล่าวหาและรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุแห่งการจับทราบโดยละเอียด และถ้าเป็นการจับโดยมีหมายให้อ่านหมายจับให้บุคคลผู้ถูกจับฟังอีกครั้งหนึ่งเมื่อถึงที่ทำการพนักงานสอบสวน)
เจ้าพนักงานผู้จับต้องมอบสำเนาบันทึกการจับแก่ผู้ถูกจับนั้นด้วย (ป.วิ.อาญา มาตรา 84 วรรคหนึ่ง (1)) (เพื่อให้บุคคลผู้ถูกจับตรวจสอบการจับของเจ้าพนักงานว่าถูกต้องหรือไม่เพียงใด)
ข้อสังเกต ถ้อยคำรับสารภาพของผู้ถูกจับว่า ตนได้กระทำความผิดที่ผู้ถูกจับให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับ หรือพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ ในชั้นจับกุมหรือรับมอบตัวผู้ถูกจับ ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน และผลของการที่เจ้าพนักงานผู้จับไม่แจ้งสิทธิหรือไม่จัดดำเนินการตาม ป.วิ. อาญา มาตรา 84 วรรคหนึ่ง และมาตรา 83 วรรคสอง (ข้อ 2 ถึงข้อ 9) ถึงแม้เป็นถ้อยคำอื่นของผู้ถูกจับ ก็จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้ถูกจับมิได้
เพราะกฎหมายไม่ได้บัญญัติว่าผู้ต้องหาหรือผู้ถูกจับต้องแต่งทนาย
เพียงแต่ผู้ต้องหาหรือผู้ถูกจับเขาประสงค์ใช้สิทธิพบทนายความ หรือ ‪#‎ผู้ซึ่งจะเป็นทนายความได้‬ (ป.วิ. อาญา มาตรา 83 วรรคสอง) ก็เป็นไปตามกฎหมายบัญญัติไว้แล้ว
ปล.ถ้ามีประโยชน์โปรดแชร์ต่อ

วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2558

สวดอธิฐาน อโหสิกรรม

กายะกัมมัง 
วะจีกัมมัง
มะโนกัมมัง  
สัญจิจจะกัมมัง 
อะสัญจิจจะกัมมัง        
         
ขะมันตุเม  
อะโหสิกัมมัง 
ภะวะตุ เม

นิพพานัง  ปัจจะโย  โห