ถาดน้ำหวาน สำหรับเลี้ยง ชันโรง
ไม้ทับกล้วย14-18-28
กล่องเลี้ยงชันโรง เหมาะกับพันธ์ตัวเล็ก
กระต่ายขูดมะพร้าวแบบนั่ง
กล่องเลี้ยงชันโรงแยกน้ำหวานแบบ 2 ชั้น ขนาดA4
ฟีโรโมน ล่อชันโรง สูตรเข้มข้น
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรง รวมกับขี้ชัน
หน่อกล้วยน้ำว้า ซูปเปอร์ยักษ์
ชุดล่อผึ้งโพรง ฟีโรโมนแบบสกัด+ครีมล่อผึ้ง+ไขล่อผึ้ง
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรงสูตรเข้มข้น
ฟีโรโมน ล่อชันโรง (เกรดพรีเมี่ยม)
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรง
ชิงช้าไม้จากไม้บ้านเก่าอายุ 50 ปี
กล่องเลี้ยงชันโรงแบบ2ชั้น
ฟีโรโมนล่อผึ้งโพรงสูตรหมัก+ไขล่อผึ้งโพรง
สโม๊กเกอร์พ่นควัน
ฟีโรโมนล่อผึ้งโพรง 20 ซีซี+ไขล่อผึ้งโพรงแท้ 1 ก้อน
ไขล่อผึ้งโพรง สูตรเข้มข้น
กล่องเลี้ยงชันโรง แบบ 3 ชั้น
Debug Card (2หลัก) ดีบักการ์ด
พระสมเด็จวัดระฆัง งานพิมพ์มือ แจกงานบุญ
กล่องเลี้ยงผึ้ง
กล่องชันโรง “สวนราชินี” รุ่น A4 -3 ชั้น
กล่องเลี้ยงชันโรง ขนาด เอ4 สูง 4 นิ้ว

หน้าเว็บ

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

ชิงช้าไม้เนื้อแข็ง
กล่องเลี้ยงชันโรง แบบ 2 ชั้น ขนาด A4
ฟีโรโมนล่อชันโรง
กระต่ายขูดมะพร้าวหนาพิเศษ
ม้านั่งไม้เนื้แแข็ง
ถาดน้ำหวานสำหรับชันโรง
สมุนไพรแพะหงี่แห้ง
หน่อกล้วยตานี
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรง
กล่องเลี้ยงชันโรง
กล่องเลี้ยงผึ้งโพรง
หน่อกล้วยพระราชทาน
กาพ่นควันผึ้ง สโมคเกอร์
Inverter testerSP8030- SM852B
ไขผึ้งสำหรับผึ้งโพรงไทย
ไม้ทับกล้วยปิ้ง14-16
ขี้ชันแท้ 100% สำหรับล่อชันโรง
ฟีโรโมน ฉีดกล่องเลี้ยงชันโรง
ฟีโรโมนล่อผึ้งโพรง
ชุดฟีโรโมนและไขล่อผึ้งโพรงไทย
กล่องเลี้ยงชันโรง ขนาด 5 ชั้น แยกรัง
ขาตั้งกล่องเลี้ยงผึ้ง
ขาตั้งกล่องชันโรงไม่มีกล่อง
กล่องเลี้ยงชันโรง 2ชั้น

วันเสาร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2568

ด่านไม่ได้ก่อให้เกิดอำนาจในการตรวจค้น เป่าเมา หรือตรวจหาสารเสพติด โดยปราศจากเหตุอันควร

 สมชาย ไพศาลสัมฤทธิ์

💥 ด่านไม่ได้ก่อให้เกิดอำนาจในการตรวจค้น เป่าเมา หรือตรวจหาสารเสพติด โดยปราศจากเหตุอันควร 💥
“เจ้าหน้าที่รัฐทำได้.. ถ้ามีเหตุผล..”
หลักแล้ว ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ จะทำอะไรก็ได้.. เว้นแต่..
1) มีกฎหมายบอกห้ามทำ.. เช่น เป็นความผิดทางอาญา.. หากทำสิ่งนั้น ถือว่า ไม่ใช่การใช้สิทธิ ไม่เป็นเสรีภาพ..
แต่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย เพราะจะกระทำนั้น กระทบต่อความมั่นคง หรือความเป็นระเบียบเรียบร้อยของประเทศ..
2) มีกฎหมายบอกให้อำนาจรัฐละเมิดสิทธิเสรีภาพได้..
เช่น ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าทำผิด.. อาจถูกเรียกให้หยุด ตรวจค้น ตรวจเมา ตรวจปัสสาวะ ถูกจับ ถูกควบคุมตัว ถูกขังได้..
แต่การใช้อำนาจของรัฐในกรณีตรวจค้นตัว ค้นบ้าน ค้นข้อมูลคอมพิวเตอร์ ค้นข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ.. การจับกุม ตรวจสอบการเมาแล้วขับ หรือเสพยาเสพติดนั้น..
ไม่ใช่ว่า เจ้าหน้าที่จะทำได้ตามอำเภอใจ.. แต่กฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์ไว้เป็นเงื่อนไขในการใช้อำนาจ..
ถ้าไม่มีเหตุตามที่กฎหมายเขียนไว้แล้ว.. เจ้าหน้าที่ก็ไม่มีอำนาจทำได้.. ถ้าฝ่าฝืน ถือว่า เจ้าหน้าที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพ และอาจมีความรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัยได้..
เหตุตามกฎหมายที่สำคัญ มี 2 ประเภท.. ได้แก่..
1. เหตุอันควรสงสัย.. ใช้ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ ต้องการจะตรวจค้นตัวบุคคลในที่สาธารณะ..
2. เหตุอันควรเชื่อ.. ใช้ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ต้องการขอให้ศาลออกหมายค้นเคหสถาน.. ออกหมายจับบุคคล.. ออกคำสั่งอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์..
หรือให้อำนาจเจ้าหน้าที่เรียกให้หยุดรถ และสั่งให้เป่า ตรวจการเมา.. สั่งให้ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดได้..
หลายคนสงสัยว่า.. เหตุอันควรสงสัย ต่างจากเหตุอันควรเชื่ออย่างไร..
ถ้าเทียบ น้ำหนักความน่าเชื่อถือของเหตุทั้งสองคร่าวๆเป็นเปอร์เซ็นต์..
เหตุอันควรสงสัย.. จะมีน้ำหนักความน่าเชื่อถือ 20 - 40%
ทำให้เจ้าหน้าที่ มีอำนาจตรวจค้นตัวบุคคล หาของผิดกฎหมายที่มีเหตุควรสงสัยได้..
เหตุอันควรเชื่อ.. จะมีน้ำหนักความน่าเชื่อถือ 51 - 70%..
ทำให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจ ยื่นขอศาลออกหมายค้นบ้าน หาของที่เชื่อว่าซ่อนในบ้านได้..
ทำให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจ ยื่นขอศาลอนุญาตให้เข้าถึงคอมพิวเตอร์ ข้อมูลในโทรศัพท์มือถือได้..
ทำให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งหยุดรถ เพื่อสั่งทดสอบเมา หรือเป่าหาปริมาณแอลกอฮอล์ที่เชื่อว่าเขาดื่มมาเกินเกณฑ์ได้.. โดยไม่ต้องขอความร่วมมือ..
ทำให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจ สั่งหยุดรถ เพื่อสั่งตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าเขาเสพได้.. หรือสั่งตรวจปัสสาวะบุคคลในสถานที่ใดๆได้.. โดยไม่ต้องขอความสมัครใจ..
มีข้อสังเกต 2 ประการว่า..
1) เหตุอันควรสงสัย และเหตุอันควรเชื่อนั้น.. ต้องมีข้อเท็จจริงที่ปรากฎขึ้นมา ทำให้เกิดความสงสัยว่า.. หรือทำให้เชื่อว่า..
ไม่ใช่ เจ้าหน้าที่คิดเอาตามอำเภอใจว่า มีเหตุ.. และต้องไม่ได้เกิดจากทักษะ ประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่ว่า มีเหตุดังกล่าวแล้ว..
เหตุนั้น เจ้าหน้าที่ต้องอธิบายให้ประชาชนทราบก่อนใช้อำนาจ.. และต้องอธิบายให้ศาลเชื่อ พร้อมหลักฐานด้วยว่า มีเหตุดังกล่าวจริง หากคดีขึ้นสู่ชั้นศาล..
2) การหยุดรถ ขอตรวจลมหายใจ หรือปัสสาวะนั้น.. กฎหมายให้ดูเหตุอันควรเชื่อ.. ไม่ใช่ดูว่า เจ้าหน้าที่เรียกตรวจเพราะเป็นด่าน..
ตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่เรียกให้รถหยุดได้ เมื่อพบความผิดซึ่งหน้า เพื่อจับกุม..
หรือเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่าเขาเมาสุรา สารเสพติด..เพื่อสั่งตรวจการเมา การเสพ..
เจ้าหน้าที่จะมีอำนาจทำได้ เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อ ที่สามารถนำไปพิสูจน์ในศาลได้ว่า มีเหตุนั้นอยู่จริง..
ส่วนการตั้งด่านป้องปรามอาชญากรรม ไม่ทำให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจขอตรวจลมหายใจ หรือปัสสาวะได้โดยอัตโนมัติ..
มีข้อยกเว้นทั่วไปว่า..
ถ้าเจ้าหน้าที่ร้องขอความร่วมมือ ให้หยุดรถ ขอตรวจค้นตัว ขอตรวจค้นรถ ขอตรวจเป่า ขอตรวจปัสสาวะ.. และประชาชนสมัครใจให้ความร่วมมือ ยินยอมตามที่ร้องขอเอง..
แม้กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจ.. แม้ไม่มีเหตุอันควรเชื่อว่าเขาเมา เขาเสพ เขามีของผิดกฎหมาย..
เจ้าหน้าที่ก็มีอำนาจกระทำได้.. เพราะถือว่า ประชาชนสละความคุ้มกันสิทธิเสรีภาพตามกฎหมาย..
หากพบหลักฐานในการทำผิด ก็สามารถนำมาใช้ในศาลได้..
“แต่เจ้าหน้าที่ ควรแจ้งสิทธิและผลการสละสิทธิให้ประชาชนทราบว่า..
หากพบพยานหลักฐาน สามารถนำไปใช้ลงโทษในศาลได้.. แม้กฎหมายไม่ได้เขียนว่า ให้แจ้งเตือนก่อนก็ตาม..
รวมถึง กรณีที่เจ้าหน้าที่ขอนำโทรศัพท์มือถือไปตรวจสอบด้วยความยินยอมของเจ้าของโทรศัพท์ด้วย..”
เทียบเคียงได้ กับแนวคิดการแจ้งสิทธิที่จะไม่ให้การ (right to silence) ในขณะจับกุม..
หวังว่า โพสต์นี้ คงเป็นความรู้แก่ประชาชนในการดูแลสิทธิเสรีภาพของตน..
เป็นประโยชน์ในการทำงานที่ถูกต้องเหมาะสมของเจ้าหน้าที่..
และน่าจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในอนาคต..
โดย: ดร.ธีร์รัฐ บุนนาค

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น