หน้าเว็บ
จำนวนการดูหน้าเว็บรวม
วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2563
เพลงอยากมีผัว
วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2563
ข้ามรั้วเข้ามาตัดต้นไม้ กิ่งไม้ ในที่ดินของผู้เสียหาย
25 สิงหาคม เวลา 10:31 น. ·
เพื่อนบ้าน จ้างแรงงานต่างด้าว 3 คน ข้ามรั้วเข้ามาตัดต้นไม้ กิ่งไม้ ในที่ดินของผู้เสียหาย
ตัดเสร็จไปแจ้งความด้วยว่า ผู้เสียหายปล่อยให้กิ่งไม้รุกล้ำเข้าไป
ผู้เสียหายไปแจ้งความ ตำรวจ ทำตัวเป็นทนายความ อ้างกฎหมายแพ่งพาณิชย์แบบมั่วๆ ว่าต้นไม้ติดกำแพง เจ้าของที่ดินข้างเคียงมีสิทธิตัดได้
อ้างว่า กฎหมายใหม่ ให้ปลูกต้นไม้ห่างจากรั้ว 2 เมตร
กฎหมายฉบับไหน มาตรา ไหน ⁉
เดือดร้อนถึงทนาย...
ผมคงต้องกางตัวบทกฎหมายให้ตำรวจดูจริงๆใช่ใหม ?
ป.พ.พ. มาตรา 1347ได้บัญญัตืไว้ว่า “เจ้าของที่ดินอาจตัดรากไม้ซึ่งรุกเข้ามาจากที่ดินติดต่อและเอาไว้เสีย #ถ้ากิ่งไม้ยื่นล้ำเข้ามา_เมื่อเจ้าของที่ดินได้บอกผู้ครอบครองที่ดินติดต่อให้ตัดภายในเวลาอันสมควรแล้ว แต่ผู้นั้นไม่ตัด ท่านว่าเจ้าของที่ดิน ตัดเอาเสียได้”
แต่ถ้าตัดโดยไม่บอกกล่าว ก็ผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
กำลังเดินทางไปหาตำรวจ
และพาผู้เสียหายไปแจ้งความข้อหา ร่วมกันบุกรุก และ ทำให้เสียทรัพย์ เผลอๆ อาจลามไปถึง 157
แนวทางการพัฒนาคน ใด้เป็นคน
25 สิงหาคม 2018 ·
เอสโตเนียพึ่งจะได้รับอิสรภาพเมื่อปี 1991 หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ซึ่งในเวลานั้น ประชาชนกว่าครึ่งของเอสโตเนียยังไม่มีโทรศัพท์บ้านด้วยซ้ำ
แต่เพียงแค่ 20 ปีต่อมา เอสโตเนียกลายเป็นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว และยังเป็นประเทศที่เจริญที่สุดในแง่นวัตกรรมและเทคโนโลยี (เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรแค่ 1.3 ล้านคน)
Skype หรือ Kazaa (P2P อันแรกๆของโลก) ก็ถูกพัฒนาขึ้นที่นี่ อีกทั้งยังเป็นประเทศแรกของโลกที่มีระบบบัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ (e-id card) พร้อมกันเชื่อมต่อระบบทั้งหมดไว้ด้วยกัน
ประชาชนจะลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง จะทำธุรกรรมโอนเงิน จะบินเข้าออกประเทศ จะซื้อบ้าน ซื้อรถ จะจ่ายภาษี จะเปิดบริษัท จะทำอะไรก็ได้ ทั้งหมดจะทำบนธุรกรรมออนไลน์
3 ปีที่แล้วผมได้มีโอกาสไปเที่ยวเอสโตเนีย วันนั้นผมตื่นเต้นมากที่ระบบ เช็คอินของโรงแรมที่ผมพัก "ไม่มีพนักงานต้อนรับ" เขาตั้งตู้ Kiosk ไว้เครื่องเดียวให้ผมกรอกเอกสารการจองแล้วบัตรคีย์การ์ดก็หล่นลงมาพร้อมส่งรายละเอียดการเข้าพักให้ในอีเมล์
แต่เพราะอะไรล่ะที่ทำให้ประเทศที่ครั้งหนึ่งเคยต้องอยู่ภายใต้โซเวียต ประชาชนไม่มีกิน กลายเป็นประเทศมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีภายในระยะเวลาอันสั้น
1. #ปฏิรูปประเทศด้วยคนรุ่นใหม่อายุน้อย
ในปี 1992 หลังจากที่เอสโตเนียได้รับเอกราช Matt Laar ก็ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีพร้อมกับชุดรัฐมนตรีที่เด็กที่สุดในประวัติศาสตร์ (อายุเฉลี่ยรวม 35 ปี) ได้ปฏิรูประบบประเทศอย่างรวดเร็วโดยเน้นการพัฒนาประเทศโดย"เอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง" เขาเริ่มจากแปรรูปรัฐวิสาหกิจ อะไรที่ชักช้าเอามาทำให้ไวขึ้น การเปลี่ยนกฎหมายให้เปิดบริษัทใหม่ง่ายขึ้น รวมถึงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานซึ่งอันแรกที่สร้างคืออินเตอร์เน็ต
2. #ความรู้ต้องเข้าถึงทุกคน
ต่อมาเขาบังคับให้ทุกโรงเรียนต้องมีคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียนตั้งแต่ระดับประถม และในปี 1998 ทุกโรงเรียนในเอสโตเนียมี Internet ใช้ฟรีอีกทั้งระบบยังเชื่อมโรงเรียนเข้าด้วยกัน ทำให้โรงเรียนสามารถแชร์ความรู้กันได้
ในปี 2000 รัฐบาลประกาศว่า ประชาชนทุกคนต้องเข้าถึง Internet ฟรี ทำให้ตอนนี้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถหา free-wifi ได้ทั่วไป ไม่จำเป็นต้องไปร้านกาแฟเพื่อต่อ wifi เลย
3. #มองไปข้างหน้าเน้นไปที่การสร้างนวัตกรรม
ในปีเดียวกันนั้นเอง รัฐบาลยังยกเลิกระบบกระดาษก็อปปี้ กระดาษคาร์บอน รวมถึงการใช้ตราประทับ และการเซ็นสำเนาถูกต้อง โดยให้ทุกคนใช้การยืนยันผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด
และยังเป็นปีที่ประชาชน Estonia ขาย "Skype" Start Up ตัวแรกของพวกเขาได้เงินมา 2.6 พันล้านเหรียญ โดยเงินจำนวนนี้ ก็ถูกนำมาลงทุนใน Start Up ตัวใหม่ๆต่อ
4. #ยังไม่หยุดแค่นั้น
ในปี 2008 เอสโตเนียกลายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว พร้อมกับเปิดให้ประชาชนทุกคนเรียนฟรี และรักษาสุขภาพฟรี
ในปี 2015 เอสโตเนียได้คะแนน PISA Score ลำดับที่ 3 ของโลกตามหลังเพียงสิงคโปร์ และญี่ปุ่น (ไทยละดับที่ 56 จาก 70)
ในปี 2016 กว่า 30%ของประชาชนทั้งหมดทำงานในด้านเทคโนโลยี และมีบริษัท start up เกิดใหม่ถึงปีละ 14,000 บริษัท
วันนี้เอสโตเนียได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการเติบโตด้านนวัตกรรม สิทธิเสรีภาพของมนุษย์ และด้านการเติบโตของเศรษฐกิจสูงลำดับต้นๆของโลก .... ทั้งๆที่เขาพึ่งจะเป็นประเทศได้เพียง 20 กว่าปีเท่านั้น
.... #แล้วไทยล่ะ เราเป็นเสือตัวที่ 5 มากี่ปีแล้ว ? เราเอาแนวทางอะไรของเอสโตเนียมาปรับใช้ได้บ้างเพื่อพัฒนาประเทศ อาจจะไม่ใช่ให้รัฐบาลคิดคนเดียว พวกเราเองก็ต้องช่วยกันคิดด้วยครับ #มุมคิด
วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
กรณีถูกพนักงานจราจรตรวจจับในข้อหาไม่สวมหมวก ไม่มีใบขับขี่ และไม่พกคู่มือจดทะเบียนรถ
วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
การขอตรวจฉี่ ใช่ว่าตำรวจจะขอตรวจได้ทุกคนทุกที่ ทำได้เฉพาะคนที่มีอำนาจหน้าที่เท่านั้น
🔥#การตรวจหาสารเสพติด 📣 #ฉี่ม่วงไม่ติดคุกทันที ⤵️⤵️⤵️
📣#ต้องตรวจยืนยันให้ชัดเจน📣🔥🔥🔥
การขอตรวจฉี่ ใช่ว่าตำรวจจะขอตรวจได้ทุกคนทุกที่ ทำได้เฉพาะคนที่มีอำนาจหน้าที่เท่านั้น
🎯และที่สำคัญ #แม้การทดสอบเบื้องต้นจะพบสารเสพติด หรือ #ผลเป็นบวก ก็ตาม
#ห้ามเจ้าพนักงานตำรวจ_ดำเนินคดี_หรือจับกุมทันที
#ตำรวจต้องปล่อยตัวไปก่อน #โดยทำได้เพียงจดที่อยู่เพื่อเรียกหรือออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ภายหลังที่ #ตำรวจต้องส่งปัสสาวะ_หรือเส้นผมไปตรวจที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันผลซ้ำอีกครั้ง ว่า มีสารเสพติดจริง (อ้างอิงข้อ 8)
⏩⏩ และต้องได้ปริมาณสารเสพติดตามเกณฑ์ที่กำหนดด้วย เช่น ⤵️⤵️⤵️
🚀ไอซ์ หรือยาบ้า (แมทแอมเฟตามีน) ต้องพบว่าอยู่ในปัสสาวะตั้งแต่ 1 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ขึ้นไป ⏩หรือถ้าตรวจโดยใช้เส้นผมก็ต้องมี 0.2 นาโนกรัม/มิลลิกรัม ขึ้นไป จึงจะถือว่าเสพยา ❗❗❗
🗼 ฯลฯ🗼
#ดังนั้นหากถูกจับกุมตรวจฉี่เป็นสีม่วง ยังไม่สามารถสามารถดำเนินคดีได้ ต้องตรวจยืนยันโดยแพทย์ทางโรงพยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจเท่านั้น📣📣📣📣
🔥🔥หากถูกกระทำโดยไม่ถูกต้องปรึกษาทนายด่วน👨⚖️ ก่อนจะสาย ติดคุกไปก่อน👨⚖️👨⚖️👨⚖️
วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
ห้ามถ่ายรูป ห้ามยึดบัตร ไม่ใช่ตำรวจทุกคนที่จะขอดูบัตรประชาชนได้
.
ปัญหาหนึ่งที่ทำให้สงสัยกันว่า เมื่อเข้าร่วมกิจกรรมแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาขอตรวจบัตรประชาชนของผู้เข้าร่วมกิจกรรมทำได้หรือไม่?
.
+++ กฎหมายบังคับให้พกบัตรประชาชน
.
ในเรื่องบัตรประชาชนมีกฎหมายที่กำหนดไว้คือ พระราชบัญญัติบัตรประจําตัวประชาชน พ.ศ. 2526 ซึ่งมาตรา 5 กำหนดให้ ผู้มีสัญชาติไทยอายุตั้งแต่ 7 ปี บริบูรณ์ และไม่เกิน 70 ปี บริบูรณ์ และมีชื่ออาศัยอยู่ในทะเบียนบ้านต้องมีบัตรประชาชนตามที่กําหนดในกฎหมายนี้
.
ซึ่งในมาตรา 17 ของกฎหมายดังกล่าว กำหนดไว้ว่า "ผู้ถือบัตรหรือใบรับหรือใบแทนใบรับซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบห้าปีขึ้นไป
ผู้ใดไม่สามารถแสดงบัตรหรือใบรับหรือใบแทนใบรับ เมื่อเจ้าพนักงานตรวจบัตรขอตรวจ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท"
.
หมายความว่า ผู้ที่ถือบัตรประจำตัว อายุ 15 ปี ขึ้นไป มีหน้าที่ต้องพกบัตรประชาชนติดไว้กับตัว และแสดงบัตรประจำตัวกับเจ้าพนักงานตรวจบัตร เมื่อถูกขอตรวจ ไม่เช่นนั้นจะมีโทษปรับ 200 บาท ซึ่งถือว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของ "เจ้าพนักงานตรวจบัตร" ที่สามารถขอตรวจได้ตามกฎหมาย (กรณีที่เด็กอายุ 7 ปี สามารถทำบัตรประชาชนได้ เป็นการให้ทำไว้ก่อน แต่ไม่ได้บังคับให้พกติดตัวตามกฎหมายฉบับนี้)
.
*ซึ่งโทษปรับที่มีกำหนดไว้ 200 บาท นั้น มีการแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นมาเมื่อปี 2542 โดยเหตุผลการแก้ไขให้มีโทษปรับ 200 บาท คือ ความผิดเกี่ยวกับบัตรประชาชน กระทบความมั่นคง จึงแก้โทษให้หนักขึ้น
.
+++ "เจ้าพนักงานตรวจบัตร" นอกด่านตรวจ ต้องเป็นตำรวจยศร้อยตรีขึ้นไปเท่านั้น +++
.
เมื่อกฎหมายกำหนดให้ "เจ้าพนักงานตรวจบัตร" สามารถตรวจการพกบัตรประจำตัวประชาชนได้ แต่กฎหมายที่กำหนดว่าใครคือ "เจ้าพนักงานตรวจบัตร" บ้าง มีกำหนดไว้อยู่ใน คำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 1496/2561 เรื่อง แต่งตั้งเจ้าพนักงานตรวจบัตร
.
ซึ่งกำหนดให้ "เจ้าพนักงานตรวจบัตร" ได้แก่
.
2. ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ตามด่านตรวจที่ตั้งขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมายเป็นเจ้าพนักงานตรวจบัตร เฉพาะในด่านตรวจนั้น
.
3. ในเขตของกรุงเทพมหานคร ให้ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หัวหน้าฝ่ายทะเบียน หัวหน้าฝ่ายปกครอง หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ เจ้าพนักงานปกครอง และเจ้าพนักงานเทศกิจ เป็นเจ้าพนักงานตรวจบัตร เฉพาะในเขตนั้น
.
4. ให้ปลัดเมืองพัทยา รองปลัดเมืองพัทยา หัวหน้าสำนักปลัดเมืองพัทยา หัวหน้าฝ่ายทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน หัวหน้าฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบ นักจัดการงานทะเบียนและบัตร และนักจัดการงานเทศกิจ เป็นเจ้าพนักงานตรวจบัตร เฉพาะในเมืองพัทยา
.
5. ให้ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการกองทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน หัวหน้าฝ่ายทะเบียนราษฎร หัวหน้าฝ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หัวหน้าฝ่ายทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน หัวหน้าฝ่ายปกครอง หัวหน้าฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบ นักจัดการงานเทศกิจ นักจัดการงานทะเบียนและบัตร และหัวหน้าฝ่ายและข้าราชการตั้งแต่ระดับปฏิบัติการขึ้นไปหรือเทียบเท่าซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับงานทะเบียนราษฎรหรือบัตรประจำตัวประชาชน เป็นเจ้าพนักงานตรวจบัตรในเทศบาลนั้น
.
ซึ่งหมายความว่าตามข้อ 1. "เจ้าพนักงานตรวจบัตร" ที่เป็นตำรวจสามารถขอตรวจบัตรประชาชนในพื้นที่ทั่วไปได้ ต้องเป็นตำรวจยศตั้งแต่ ร้อยตำรวจตรี ขึ้นไป เท่านั้น ส่วนตำรวจชั้นประทวนจะขอดูบัตรประชาชนได้ต้องอยู่ที่ด่านตรวจที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น
.
เพราะฉะนั้นหากถูกขอตรวจบัตรประชาชน เราสามารถขอดูบัตรประจำตัวตำรวจว่าเป็นตำรวจจริงหรือไม่ และมียศระดับร้อยตำรวจตรีขึ้นไปหรือไม่ โดยเฉพาะตำรวจนอกเครื่องแบบ
.
+++ กฎหมายให้อำนาจหน้าที่ตำรวจตรวจการพกบัตรประชาชนเท่านั้น ไม่ได้ให้อำนาจถ่ายรูปบัตรประชาชน +++
.
จากที่กล่าวมาข้างต้น กฎหมายได้ให้อำนาจ "เจ้าพนักงานตรวจบัตร" หรือตำรวจ ในการตรวจการพกบัตร เพื่อให้ประชาชนแสดงบัตรประชาชนว่าพกมากับตัวหรือไม่เท่านั้น
.
แต่กฎหมายดังกล่าวไม่มีการกำหนดอำนาจหน้าที่ ให้ตำรวจสามารถจะถ่ายรูปบัตรประชาชน หรือขอยึดบัตรประชาชนไว้กับตัวของตำรวจได้เลย เนื่องจากบัตรประชาชนของเราถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของเราทั้งใบ การใช้สำเนาบัตรประชาชนยังต้องมีการเซ็นต์รับรองสำเนา
.
เมื่อกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจตำรวจในส่วนนี้ไว้ ก็ไม่สามารถทำได้ถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หากพบเห็นการกระทำอย่างนั้นสามารถถามตำรวจได้เลยว่าเขาใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายข้อใด ในการถ่ายรูปบัตรประชาชน หรือยึดบัตรประชาชนของเราไป
.
และถึงแม้ตำรวจจะตรวจบัตรได้แต่ก็ไม่ควรจะกระทำเกินสมควรเกินกว่าเหตุ จนกระทบกับกลุ่มผู้ชุมนุมในการใช้เสรีภาพในการชุมนุมนั้น















































