ถาดน้ำหวาน สำหรับเลี้ยง ชันโรง
ไม้ทับกล้วย14-18-28
กล่องเลี้ยงชันโรง เหมาะกับพันธ์ตัวเล็ก
กระต่ายขูดมะพร้าวแบบนั่ง
กล่องเลี้ยงชันโรงแยกน้ำหวานแบบ 2 ชั้น ขนาดA4
ฟีโรโมน ล่อชันโรง สูตรเข้มข้น
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรง รวมกับขี้ชัน
หน่อกล้วยน้ำว้า ซูปเปอร์ยักษ์
ชุดล่อผึ้งโพรง ฟีโรโมนแบบสกัด+ครีมล่อผึ้ง+ไขล่อผึ้ง
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรงสูตรเข้มข้น
ฟีโรโมน ล่อชันโรง (เกรดพรีเมี่ยม)
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรง
ชิงช้าไม้จากไม้บ้านเก่าอายุ 50 ปี
กล่องเลี้ยงชันโรงแบบ2ชั้น
ฟีโรโมนล่อผึ้งโพรงสูตรหมัก+ไขล่อผึ้งโพรง
สโม๊กเกอร์พ่นควัน
ฟีโรโมนล่อผึ้งโพรง 20 ซีซี+ไขล่อผึ้งโพรงแท้ 1 ก้อน
ไขล่อผึ้งโพรง สูตรเข้มข้น
กล่องเลี้ยงชันโรง แบบ 3 ชั้น
Debug Card (2หลัก) ดีบักการ์ด
พระสมเด็จวัดระฆัง งานพิมพ์มือ แจกงานบุญ
กล่องเลี้ยงผึ้ง
กล่องชันโรง “สวนราชินี” รุ่น A4 -3 ชั้น
กล่องเลี้ยงชันโรง ขนาด เอ4 สูง 4 นิ้ว

หน้าเว็บ

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

ชิงช้าไม้เนื้อแข็ง
กล่องเลี้ยงชันโรง แบบ 2 ชั้น ขนาด A4
ฟีโรโมนล่อชันโรง
กระต่ายขูดมะพร้าวหนาพิเศษ
ม้านั่งไม้เนื้แแข็ง
ถาดน้ำหวานสำหรับชันโรง
สมุนไพรแพะหงี่แห้ง
หน่อกล้วยตานี
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรง
กล่องเลี้ยงชันโรง
กล่องเลี้ยงผึ้งโพรง
หน่อกล้วยพระราชทาน
กาพ่นควันผึ้ง สโมคเกอร์
Inverter testerSP8030- SM852B
ไขผึ้งสำหรับผึ้งโพรงไทย
ไม้ทับกล้วยปิ้ง14-16
ขี้ชันแท้ 100% สำหรับล่อชันโรง
ฟีโรโมน ฉีดกล่องเลี้ยงชันโรง
ฟีโรโมนล่อผึ้งโพรง
ชุดฟีโรโมนและไขล่อผึ้งโพรงไทย
กล่องเลี้ยงชันโรง ขนาด 5 ชั้น แยกรัง
ขาตั้งกล่องเลี้ยงผึ้ง
ขาตั้งกล่องชันโรงไม่มีกล่อง
กล่องเลี้ยงชันโรง 2ชั้น

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

การค้นบ้านต้องมีหมายศาล

ประเด็นที่ 1 ค้นบ้านโดยไม่มีหมายศาล ตำรวจหรือชุดสืบมีความผิด “ อาญา มาตรา 364 ข้อหาบุกรุกเคหสถาน ” อีกอย่าง
“ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 33 บุคคลย่อมมีเสรีภาพในเคหสถาน การเข้าไปในเคหสถานโดยปราศจากความยินยอมของผู้ครอบครอง หรือการค้นเคหสถาน หรือที่รโหฐาน จะกระทำมิได้ เว้นแต่มีคำสั่ง หรือหมายของศาล หรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ ”
ประเด็นที่ 2 เมื่อเราไม่ได้ไปทำอะไรผิด ตำรวจก็ทำอะไรเราไม่ได้ ตำรวจจับตัวลูกชายของคุณศรินทิพย์ ปึงอนะวัฒน์ ไป ทั้งๆที่ลูกชายของคุณศรินทิพย์ไม่ได้ไปทำอะไรผิด ตำรวจหรือชุดสืบมีความผิด “ อาญา มาตรา 311 ข้อหากระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถูกหน่วงเหนี่ยว ถูกกักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ” , อีกอย่าง “ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 28 ” ก็ชัดเจน ว่า “ บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย การจับและการคุมขังบุคคล จะกระทำมิได้ เว้นแต่มีคำสั่ง หรือหมายของศาล หรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ ”
ประเด็นที่ 3 คนที่ไม่ใช่ตำรวจ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ มีความผิด “ อาญา มาตรา 145 ข้อหาแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน โดยมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น ”
ประเด็นที่ 4 บังคับให้คุณศรินทิพย์จ่ายเงิน แล้วจะปล่อยตัวลูกชายออกมา ตำรวจและชุดสืบมีความผิด “ อาญา มาตรา 309 ข้อหาข่มขืนใจผู้อื่น ให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด จำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะได้รับอันตราย ” , “ อาญา มาตรา 148 ข้อหาเจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ ” , “ อาญา มาตรา 149 ข้อหาเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ ” , ถ้าเรียกรับผลประโยชน์ด้วย ข่มขู่ด้วย “ อาญา มาตรา 392 ข้อหาข่มขู่ ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว โดยขู่เข็ญ ” , “ อาญา มาตรา 337 ข้อหากรรโชกทรัพย์ ” , “ อาญา มาตรา 338 ข้อหารีดเอาทรัพย์ ” , ผิด “ กฎหมายแพ่ง มาตรา 406 ข้อหาลาภมิควรได้ ” , ผิด “ พรบ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 79 (1) ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ ” แค่ “ มิควรได้ ” ไม่จำเป็นต้องทุจริต ก็เป็นความผิดวินัยร้ายแรงแล้ว
เป็นข้าราชการ ถ้ารับทรัพย์สินเงินทองเกินกว่า 3,000 บาท ต้องชี้แจงต่อ ปปช. เงิน 65,000 บาท ที่ตำรวจหรือชุดสืบเรียกจากคุณศรินทิพย์ไป นั้น มันคือค่าอะไร ? ทั้งตำรวจหรือชุดสืบคนนั้น ระวังจะติดคุกเอานะครับ
ประเด็นที่ 5 คุณเสวก และกองปราบฯ อ้างว่า “ คดีไม่เข้าหลักเกณฑ์ ” แค่คุณเสวก และกองปราบฯ พูดออกมา คุณเสวก และกองปราบฯ ก็ผิดแล้ว “ อาญา มาตรา 157 ข้อหาละเว้น หรือข้อหาเลือกปฏิบัติ ” , “ อาญา มาตรา 200 ข้อหาเจ้าพนักงานกระทำการในตำแหน่งโดยมิชอบ หรือข้อหาเจ้าพนักงาน กระทำการ หรือไม่กระทำการอย่างใดๆ เพื่อจะช่วยบุคคลหนึ่งบุคคลใด มิให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลง ”
ประเด็นที่ 6 ในส่วนของคุณศรินทิพย์ และลูกชาย ไปดู
“ พรบ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 6 ถ้าการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ มิใช่การกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดในการนั้นเป็นการเฉพาะตัว ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง แต่จะฟ้องหน่วยงานของรัฐไม่ได้ ”
“ พรบ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 8 ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายเพื่อการละเมิดของเจ้าหน้าที่ ให้หน่วยงานของรัฐมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวแก่หน่วยงานของรัฐได้ ถ้าเจ้าหน้าที่ได้กระทำการนั้นไปด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ”
“ กฎหมายแพ่ง มาตรา 420 ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น ”
ประเด็นที่ 7 ถ้าลูกชายของคุณศรินทิพย์ อายุยังไม่เกิน 20 ปี ตำรวจหรือชุดสืบมีความผิด
“ พรบ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ “ ทารุณกรรม ” การกระทำ หรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดๆ จนเป็นเหตุให้เด็กเสื่อมเสียเสรีภาพ หรือเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ การกระทำผิดทางเพศต่อเด็ก การใช้เด็กให้กระทำหรือประพฤติในลักษณะที่น่าจะเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ หรือขัดต่อกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดี ทั้งนี้ ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ”
“ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 27 ” ก็ชัดเจน ว่า “ การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกาย หรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือเหตุอื่นใด จะกระทำมิได้ ”
“ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 71 ” ก็ชัดเจน ว่า “ รัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาส ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และคุ้มครองป้องกันมิให้บุคคลดังกล่าวถูกใช้ความรุนแรง หรือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม รวมตลอดทั้งให้การบำบัด ฟื้นฟู และเยียวยาผู้ถูกกระทำการดังกล่าว ”

วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2563

หมายเรียกผู้ต้องหา ส่งทางไปรษณีย์ ได้หรือไม่ ?

หมายเรียกผู้ต้องหา ส่งทางไปรษณีย์ ได้หรือไม่ ?
เมื่อวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม 2562 พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร โทรศัพท์มาหาผม ถามว่า กรณีที่บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) แจ้งความดำเนินคดีกับผมและคุณวิภาคฯ ข้อหา หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ในวันที่ 6 ตุลาคม นี้ ผมและคุณวิภาคฯ จะมาพบตามหมายเรียกไหม ? แล้วจะทำหนังสือเลื่อนการขอเข้าพบไหม ?
ผมตอบว่า ไม่ไป ไม่ทำหนังสือขอเลื่อน เพราะการส่งหมายเรียกผู้ต้องหา ทางไปรษณีย์ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย !
ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 55 “การส่งหมายเรียกแก่ผู้ต้องหา จะส่งให้แก่บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สามีภรรยา ญาติหรือผู้ปกครองของผู้รับหมายแทนนั้นไม่ได้” และมาตรา 56 “เมื่อบุคคลที่รับหมายเรียกอยู่ต่างท้องที่กับท้องที่ซึ่งออกหมาย เป็นหมายศาลก็ให้ส่งไปศาล เป็นหมายพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ให้ส่งยังพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่มีอำนาจออกหมายเรียก ซึ่งผู้ที่ถูกเรียกอยู่ในท้องที่ เมื่อศาลหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจได้รับหมายเช่นนั้นแล้ว ก็ให้สลักหลังหมายแล้วจัดการส่งให้แก่ผู้รับต่อไป”
จากบทกฎหมายดังกล่าวจะเห็นได้ว่า การส่งหมายเรียกผู้ต้องหา ให้ส่งให้กับผู้ต้องหา โดยตรง หรือส่งให้กับสามีภรรยา ญาติ หรือผู้ปกครองของผู้รับหมายแทน ถ้าเป็นการออกหมายเรียกผู้ต้องหา ไปยังต่างท้องที่ ก็ต้องให้เจ้าของท้องที่สลักหลังหมายเพื่อส่งให้แก่ผู้ต้องหา ไม่มีบทกฎหมายใดให้อำนาจพนักงานสอบสวนหรือตำรวจส่งหมายเรียกผู้ต้องหาทางไปรษณีย์ได้ เพราะพนักงานไปรษณีย์ไม่ใช่พนักงานสอบสวนหรือตำรวจ อีกทั้ง ผมอยู่ในท้องที่ สน.โชคชัย คุณวิภาคฯ อยู่ในท้องที่ สภ.ห้วยงู จ.ชัยนาท ไม่ได้อยู่ในท้องที่สน.สุทธิสาร หากจะส่งหมายเรียกผู้ต้องหาให้ผมและคุณวิภาคฯ ต้องให้ สน.โชคชัย และ สภ.ห้วยงู สลักหลังหมายเสียก่อน การส่งหมายเรียกทางไปรษณีย์ มีได้เฉพาะศาลเท่านั้น เพราะกฎหมายให้อำนาจไว้ ในกรณีนี้พนักงานไปรษณีย์มีผลเสมือนเจ้าพนักงานศาลเป็นคนส่ง
ดังนั้น การที่พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ส่งหมายเรียกผู้ต้องหาให้ผมและคุณวิภาคฯ ทางไปรษณีย์ จึงเป็นการส่งหมายโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งพนักงานสอบสวนส่วนใหญ่จะใช่วิธีนี้ โดยส่งหมายเรียกผู้ต้องหา 2 ครั้ง หากผู้ต้องหาไม่มา ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ก็จะขอศาลออกหมายจับ ทำให้ผู้ต้องหาต้องถูกออกหมายจับและได้รับความเสียหาย การกระทำของพนักงานสอบสวนดังกล่าวทำกันมาแบบผิด ๆ มาโดยตลอด ทำให้ประชาชนเดือดร้อน อาศัยความสะดวกสบายเข้าว่า ไม่สนใจและปฎิบัติตามกฎหมาย กระทำความผิดเสียเอง ควรที่จะมีการปฏิรูประเบียบเกี่ยวกับการส่งหมายเรียกผู้ต้องหาให้ถูกต้องได้แล้ว เพราะตำรวจคือ กระบวนการต้นน้ำ หากต้นน้ำขุ่น กลางน้ำ กับปลายน้ำ จะใสสะอาดได้อย่างไร ?
การกระทำของพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ดังกล่าวเป็นความผิดทั้งวินัย และ ป.อาญา มาตรา 157
พรุ่งนี้ ผมจะจัดการกับพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ท่านนี้ เพื่อมิให้เป็นเยื้องอย่าง พนักงานสอบสวนคนอื่น ๆ ก็ควรระมัดระวังด้วยน่ะครับ ผมเตือนด้วยความหวังดี ไม่ได้ขู่ !!!
นี้ยังไม่เกี่ยวกับการออกหมายเรียกผู้ต้องหา โดยยังไม่รวบรวมพยานหลักฐานให้ดีเสียก่อน ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 131 และ. 134 วรรคสอง น่ะ รับฟังแต่คำให้การผู้กล่าวหา หรือผู้เสียหาย อย่างเดียว แล้วออกหมายเรียกผู้ต้องหาเลย เดี๋ยวนี้กฎหมายพัฒนาไปไกลแล้ว ไม่ทราบว่า ได้อ่านกันหรือเปล่า !
พรุ่งนี้ผมจะจัดการพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร จะทำให้สะเทือนทั้งอำเภอ (สน.) !
แล้วเจอกัน !!!
ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช
(ทนายกระดูกเหล็ก)

วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2563

การที่บุกรุกเข้าไปในบ้านเขาเพื่อจะตรวจเยี่ยว ทำได้ไหม**

📌 เจอแบบนี้ ทำอะไรได้บ้าง
สวัสดีครับท่าน เมื่อเย็นวันที่ 16 เมษายน 2563 เวลา 9:00 น ผมได้ฟังการไลฟ์สดของคุณเกรียงไกรนะครับ โดยได้พูดคุยกับผู้เสียหาย ในคดีความผิดฐาน ในเรื่องเกี่ยวกับ มีคนบุกรุกเข้าไปในบ้านเขา 5 คน โดยที่ไม่อีร้าค่าอีรัง กูเข้าไปเลย ถามว่าการกระทำของเขา มันชอบด้วยกฎหมายไหมและผิดกฎหมายฐานใดบ้าง เท่าที่คุณได้ดูคลิป คุณลองคิดดูซิว่า มีความผิดแค่บุกรุกเหรอ? ไม่ใช่นะครับ ผมเคยเป็นพนักงานอัยการมาก่อน ผมเห็นคดีเหล่านี้เยอะ ผมจะแจ้ง ให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมนะครับ
**ถามว่าการกระทำของกระทาชายทั้ง 5 คน บุคคลทั้ง 5 คน มันมีความผิดฐานใหนบ้าง ในการที่บุกรุกเข้าไปในบ้านเขาเพื่อจะตรวจเยี่ยว ทำได้ไหม**
ก่อนอื่นผมขอทำความเข้าใจก่อนว่า การที่จะขอหมายศาล เพื่อขอไปทำการตรวจค้น เพื่อตรวจเยี่ยวเขา มันทำไม่ได้หรอกครับ ไม่มีศาลไหนเขาออกให้หรอก มันไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนอะไร และพนักงานสอบสวนก็คงจะไม่อุตริไปขอหมายศาลหรอกนะ เรื่องเหล่านี้ ต้องรอให้เขาออกมาครับ แล้วคุณจะตรวจเยี่ยวตรวจอะไรก็เป็นเรื่องของคุณ แต่การที่บุกรุกเข้าไปในเคหสถานในลักษณะนี้ ทำได้ไหม และการกระทำของเขามีความผิดฐานใดบ้าง ผมจะมาเรียงร้อยถ้อยคำให้คุณฟัง
🔴 กระทงที่ 1 การกระทำของชายทั้งห้า มีความผิดฐานเป็น "ซ่องโจร" นะครับ คือมีการสมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป เพราะผู้หญิงคนนี้บอกว่ามีชาย 5 คน ก็เป็นเรื่องของการสมคบกันมาแล้วว่า จะบุกรุกเข้าไปในบ้านหลังนี้ เพื่อจะไปตรวจเยี่ยวเขา ซึ่งการบุกรุกนั้นเป็นความผิดตามมาตรา 364 และมาตรา 365 (2) ใน (2) คือบุกรุกเกินกว่า 2 คนขึ้นไป นี่มัน 5 คน มันเข้าองค์ประกอบในมาตรา 210 คือความผิดฐานเป็น "ซ่องโจร" ชัดๆเลยนะครับ
🔴 กระทงที่ 2 มีความผิดฐานบุกรุกตามมาตรา 364 และมาตรา 365 คือเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเขา บุกรุกเข้าไปในบ้านเขา เขาหวงห้ามแล้ว เป็นที่หวงห้ามนะครับ เป็นบริเวณเคหสถาน เพราะเขาร้อมรั้วไว้ และไม่ได้อนุญาตให้ใครเข้ามาได้ง่ายๆนะครับ ต้องขออนุญาตจากเขาก่อน การที่เขาจะขายแตงโม เขาจะขายนอกบ้าน เพราะฉนั้นการที่คุณทั้งห้าคนบุกรุกเข้าไป มีความผิดตามมาตรา 364 มาตรา 365 (2) โทษหนักนะครับ
🔴 กระทงที่ 3 มีความผิดต่อเสรีภาพ โดยการยื้อยุดฉุดกระชากกระทาชายคนที่ถูกตรวจเยี่ยว มึงมีสิทธิ์อะไรไปยื้อยุดฉุดกระชากตัวเขา การกระทำของตำรวจคนนี้หรือจะไม่ใช่ตำรวจ ผมก็ไม่รู้นะ มีความผิดต่อเสรีภาพครับ ถามว่าพวกคนอื่นจะมีความผิดด้วยไหม อันนี้คงไม่ใช่ คงจะเป็นตัวคนนั้นที่ฉุดกระชากลากจูงเขา มีความผิดต่อเสรีภาพตามมาตรา 309 คือข่มขืนใจผู้กระทำการใดไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด เกี่ยวกับเสรีภาพ มีความผิด และมันไปเข้ามาตรา 309 วรรค 2 คือกระทำตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มันโทษหนักขึ้น นอกจากนี้ยังมีความผิดตามมาตรา 310 คือความผิดต่อเสรีภาพ หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากสิทธิ์เสรีภาพในร่างกาย จากการกระทำความผิดฐานนี้ มันเป็นกรรมเดียวกับมาตรา 309 ก็ต้องระวางโทษตามมาตรา 309 วรรค 2 นะครับซึ่งเป็นโทษหนัก หนักกว่า 310 นะครับ
🔴 กระทงที่ 4 มีความผิดฐานหมิ่นประมาทนะครับ เป็นการหมิ่นประมาททำให้เขาได้รับความอับอายขายขี้หน้า เป็นการสบประมาท ดูถูกเหยียดหยามเขา ตามมาตรา 310 อันนี้มีความผิดตรงๆ เลยครับ และเป็นการโฆษณาด้วย มีความผิดตามมาตรา 326 และมาตรา 328 โดยการโฆษณาเพราะชาวบ้านแถวนั้นมาดูกัน และเห็นกันหมด เป็นการโฆษณาให้เขาได้รับความอับอายขายหน้า
🔴 กระทงที่ 5 มีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจตามมาตรา 391 เป็นความผิดลหุโทษ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่า ชายคนที่ถูกตรวจเขาถูยื้อถูกกระชาก จะมีบาดแผลอะไรไหม ถ้ามีบาดแผลอะไรไหม มันก็เป็นความผิดตามมาตรา 395 ทำร้ายร่างกายผู้อื่น
🔴 กระทงที่ 6 ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัวด้วยการขู่เข็ญตามมาตรา 362 แห่งความผิดลงโทษ
🔴 กระทงที่ 7 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผมว่าในนั้นต้องมีเจ้าพนักงานอยู่แล้วล่ะ อาจจะคน 2 คนหรือ 3 คนก็แล้วแต่ หรือทั้งหมด ถ้าทั้งหมดก็เป็นตัวการทั้งหมด แต่ถ้าเกิด 2 คน 3 คนที่มันก็จะเป็นตัวการเฉพาะ 2 คนนั้นส่วนคนนอกนั้นนะครับ ที่ไม่ได้เป็นเจ้าพนักงาน อาจจะเป็นอาสาตำรวจหรืออะไรก็แล้วแต่ ก็จะมีความผิดฐานใดผู้สนับสนุน ต้องระวางโทษ 2 ใน 3 ตามมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
อันนี้ผมก็จะพูดรวบรัดให้ท่านฟัง ว่ามีข้อหาอะไรบ้าง ที่จะต้องโดน เวลาไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ก็เล่าข้อเท็จจริงให้เขาฟังแล้วก็ให้พนักงานสอบสวน ปรับบทกฎหมาย ถ้ามันขาดตกบกพร่องไปจากนี้คุณก็แจ้งก็ได้นะครับ ให้เขาแจ้งข้อหาให้เขาลงให้ครบนะครับ เมื่อจะดำเนินคดี ก็ดำเนินคดีให้ครบตามที่ผมกล่าวไว้นี้ ตามประสบการณ์ที่ผมเคยมี ขอบคุณมากครับสวัสดีครับ

วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2563

#ฉี่สีม่วงเป็นแค่ผู้ต้องสงสัยว่าอาจเสพEP2

โพสก่อนนั้นเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ โดยอาศัยมาตรา ๕๘/๑
วันนี้จะพามาชี้ช่องให้เห็นตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษ โดยอาศัยมาตรา ๑๔ทวิ คือ
- ในกรณีที่ตรวจหรือทดสอบ #ในเบื้องต้น แล้วพบว่าบุคคลนั้น #อาจเป็นผู้เสพยาเสพติดให้โทษ ให้เจ้าพนักงาน......จดบันทึกข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อ ภูมิลำเนา หรือสถานที่อยู่ที่สามารถจะ #เรียกตัวหรือออกหมายเรียก มาเพื่อดำเนินคดีได้เมื่อมีการตรวจสอบยืนยันผล แล้วพบว่าเป็นผู้มีสารเสพติดในร่างกาย (ตามประกาศในข้อ ๖)
- ในกรณีที่ตรวจหรือทดสอบ #ในเบื้องต้น เมื่อพบว่าเป็นบวกให้ปิดเป็นความลับและให้เจ้าพนักงาน....... นำขวดปัสสาวะของผู้รับการตรวจหรือทดสอบนั้นปิดให้สนิท พร้อมทั้งผนึกปากขวดด้วยแถบกาวโดยมีลายมือชื่อของผู้ทำการตรวจหรือทดสอบกำกับไว้และเมื่อดำเนินการดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้ทำการตรวจหรือทดสอบรีบส่งตัวอย่างปัสสาวะไปยังสถานตรวจพิสูจน์ตามคำสั่งของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เรื่อง กำหนดสถานตรวจพิสูจน์ หรือโรงพยาบาลหรือมหาวิทยาลัยของรัฐ #เพื่อตรวจยืนยันผล (ตามประกาศในข้อ ๗)
- เมื่อสถานตรวจพิสูจน์ โรงพยาบาลหรือมหาวิทยาลัยของรัฐได้รับขวดปัสสาวะตามข้อ ๗ และได้ดำเนินการตรวจยืนยันแล้ว ให้ถือเกณฑ์การตัดสินผลการตรวจพิสูจน์ว่าเป็นผู้มีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย ดังต่อไปนี้
(๑) กลุ่มแอมเฟตามีน (Amphetamines) และกลุ่ม MDMA (ยาอี) เมื่อตรวจพบว่ามีสารดังกล่าวอยู่ในปัสสาวะตั้งแต่ ๑ ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ขึ้นไป
.....
(ตามประกาศในข้อ ๘)
================
จะเห็นได้ว่าทั้งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษก็ดี หรือพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษก็ดี ได้กำหนดวางหลักเกณฑ์การตรวจปัสสาวะบุคคลใดว่ามีสารเสพติดอยู่ในร่างกายหรือไม่เอาไว้เป็นแนวทางเดียวกันคือ
ตรวจเบื้องต้น แล้วผลเป็นบวกเป็นแค่ผู้ต้องสงสัยว่าอาจเสพ จะต้องบันทึกชื่อที่อยู่เอาไว้ เก็บตัวอย่างปัสสาวะปิดผลึกให้แน่นลงชื่อผู้ตรวจและผู้รับการตรวจกำกับเอาไว้ที่ผลึก แล้วส่งไปตรวจยืนยันผลยังสถานที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ เมื่อมีการตรวจยืนยันผลแล้วแล้วว่ามี แอมเฟตามีนเกินกว่า ๑ ไมโครกรัม หรือ ๑๐๐๐ นาโนกรัม ต่อมิลลิลิตร ค่อยตกเป็นผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

เรื่อง แต่งตั้งพนักงานตรวจบัตรและพนักงานเจ้าหน้าที่

สมชาย ไพศาลสัมฤทธิ์
เรื่อง แต่งตั้งพนักงานตรวจบัตรและพนักงานเจ้าหน้าที่
การตรวจบัตรประจำตัวประชาชนและการเปรียบเทียบคดีเกี่ยวกับผู้กระทำผิดเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชนนั้นมีคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 1496 และ 1497 ออกเมื่อ พศ.2561โดย พล อ. อนุพงษ์ เผาจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ไว้ดังนี้
จะกล่าวเฉพาะที่เป็นของตำรวจ
"พนักงานตรวจบัตรประจำตัวประชาชน 1496/2561"
ข้อ 1 ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และข้าราชการตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่นายร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป เป็นเจ้ำพนักงำนตรวจบัตรภายในเขตอำนาจหน้าที่
ข้อ 2 ตำรวจ ถ้าในด่านตรวจที่ชอบด้วยกฎหมาย
- พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ นั้นหมายความตาม ปวิอ ม 2(17)
- ตำรวจ ตาม ข้อ 2 นั้นหมายความว่า ตำรวจทุกชั้นยศ
สรุปได้ดังนี้คือ ตำรวจทุกชั้นยศมีอำนาจและหน้าที่ตรวจบัตรประจำตัวประชาชนได้เฉพาะในด่านตรวจที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น แต่ถ้าในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบแล้ว ต้องร้อยตำรวจตรีหรือเปรียบเท่า
======================
เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ 1497/2561
"ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบได้ทั่วราชอาณาจักร"
ข้อ 1 ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน ผู้เชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการส่วน หัวหน้ากลุ่มงาน หัวหน้ำฝ่าย หัวหน้าศูนย์บริหารการทะเบียนภาค หัวหน้าศูนย์บริหารกำรทะเบียนภาค สาขาจังหวัดเจ้าพนักงานปกครอง และนิติกร ซึ่งสังกัดสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง เป็นพนักงำนเจ้ำหน้ำที่
ตาม.................และมาตรา 22 ในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร
"ในพื้นที่ของตน"
ข้อ 8. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดกรุงเทพมหานคร นายอำเภอ ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้ำประจำกิ่งอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ปลัดเทศบาล และปลัดเมืองพัทยา เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 22 เฉพาะในพื้นที่ของตน
สรุป จะเห็นได้ว่าคำสั่งกระทรวงมหาดไทยฉบับนี่ ไม่ได้แต่งตั้งตำรวจไม่ว่าจะชั้นยศใดให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่มีอำนาจเปรียบเทียบคดีบัตรประจำตัวประชาชนตาม มาตรา 22

วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

สรุปแบบง่ายๆ เรื่องการตรวจฉี่

สรุปแบบง่ายๆ เรื่องการตรวจฉี่
👉1.เจ้าหน้าที่ทุกชั้นยศตรวจได้แต่...มีเงื่อนไข
1.1เจ้าหน้าที่เหล่านั้น ต้องอยู่ภายใต้ ผู้มีบัตรป.2 กระทำการโดยลำพังไม่ได้(พูดง่ายๆคือเป็นได้แค่ลูกมือ)
1.2จะต้องกระทำโดยภายใต้เงื่อนไข ของกฎกระทรวงสาธารณสุข
👉2.จะต้องมีบริเวณที่ชัดเจน
2.1สุ่มตรวจตามชายป่าชายเขาไม่ได้ (มี พรบ.อนาจาร และ ขับถ่ายของเสียในที่สาธารณะอยู่)
👉3.ทดสอบทุกครั้งต้องมีแบบบันทึกรายงาน
#สรุปคือ เจ้าหน้าที่ทุกชั้นยศมีสิทธิ์ตรวจได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข ของเจ้าหน้าที่ที่มีบัตรป2 เป็นผู้กำกับดูแลในสถานที่บริเวณนั้นและต้องกำหนดอาณาเขตและขอบเขตที่ชัดเจน
👉จะขี่รถไล่ตรวจชาวบ้านคงทำไม่ได้
👉จะต้องแจ้งชื่อตำแหน่งชั้นยศพร้อมแสดงบัตรการขอตรวจปัสสาวะในร่างกาย