วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564
เด็กเวียดมองไทย
วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563
ประเทศที่พัฒนาแล้วได้รับอะไรบ้าง
มีโอกาสได้มาอยู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว และอยากมาเล่าให้ฟังว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้วได้รับอะไรบ้าง และว่าถ้าวันนึงประเทศไทยได้เป็นประเทศที่พัฒานาแล้ว กับเค้าบ้าง นี่คือสิ่งพื้นฐานที่คนไทยควรจะได้รับ
1. น้ำประปาที่นี่กินได้ - เวลาไปร้านอาหาร น้ำที่เสริฟคือน้ำประปา ถ้าจะกินน้ำขวดต้องซื้อ ตอนพาเพื่อนไปเที่ยวไทยแล้วบอกนางว่าน้ำประปาที่นี่กินไม่ได้ นางได้แต่คิดและก็สงสัย และเรียกได้ว่าเป็น culture shock สำหรับนางมากเพราะน้ำประปาที่ไทย "กินไม่ได้"
2. Medicare card - Medicare ที่นี่ cover การหาหมอทุกที่ ที่เป็น bulk billing medical center ไม่ต้องไปโรงพยาบาลถ้าไม่ด่วนจริงๆ อย่างการเอ็กเรย์, ตรวจเลือด, และวัดสายตา(ที่ specsavers bulk billing) ยัง cover แถมให้คอนแทคเลนฟรีมาอีก 1 คู่ อันนี้จากประสบการณ์ตรง และเราก็ไม่ต้องจ่ายเงินอะไรเลย ตอนไปรับบริการยกเว้นค่ายา
สำหรับผู้หญิงทุกๆ 5ปี เมื่อครบเวลาต้องตรวจภายใน จะมีเมลล์จาก รัฐบาลส่งมาเตือนว่า อย่าลืมไปตรวจภายใน
และเคยมีประสบการณ์นอน รพ. รัฐ ครั้งนึง คือประทับใจในความหรูหราหมาเห่า เข้าไปข้างในนึกว่ามาเดินห้าง มีความสะอาดสะอ้าน เป็นระเบียบ ตกแต่งสวยงาม พอตรวจเสร็จพาไปที่เตียงก็มีความเริด ห้องที่เราอยู่มี 2 เตียง ตอนเราไปในห้องมีแค่เราคนเดียว อีกเตียงว่าง และจะมีผ้าม่านกั้น ทุกเตียงจะมี TV มีคนเสริฟอาหารว่าง อาหารเช้า เที่ยงเย็น นี่ถ้าไม่ปวดท้อง นึกว่านอนโรงแรม และทุกอย่างคือไม่ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลเลยจนออกจาก รพ.
จากประสบการณ์ของเรา ไม่มีคนไปนอนบนทางเดิน ไม่มีคิวที่แออัด มีหมอและพยาบาลอย่างเพียงพอรักษาแบบมาตรฐานสากล
และคนที่รายได้ไม่ถึง $20,000 ต่อปี ก็ไม่ต้องจ่าย ค่า medicare levy
3. ถ้าเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวจะได้เงินจากรัฐบาล
4. ถ้าตกงานจะทำเรื่องขอเงินจากรัฐบาลได้ ขึ้นอยู่กับภาระ ถ้าลูกเยอะ จะได้เยอะ นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานช่วยหางานให้อีก
5. คนแก่ ได้เงิน Pension (หลังจากผ่าน asset test)
6. คนพิการได้เงินช่วยเหลือ
7. เมื่อมีแผนพัฒนาอะไร จะ แจกแจงงบอย่างละเอียดและเปิดเผยให้ประชาชนรับรู้ และถ้ารอบๆแถวๆบ้านจะมีการทำถนนหรืออะไรก็จะมีคนมาเคาะประตูแล้วแจกตารางเวลา ว่าเค้าจะทำถนนจากกี่โมงถึงกี่โมง เพื่อให้เราเลี่ยงรถติด
8. ประเทศนี้คนกลัวกฎหมายมาก ไม่มีคำว่าประณีประนอม ไม่มีใต้โต้ะ ไม่มีพวกมากลากไป speeding zone และกล้อง เยอะทั่วเมือง ถ้าโดนขึ้นมา อย่างน้อยก็ $177 เคยเจอหนักสุด $300+ และโดนหักคะแนนใบขับขี่ ถ้าคะแนนหมด ห้ามขับรถ และโดนขึ้นศาลเพราะถือว่าเป็นภัยต่อคนอื่น
9. รัฐบาลจะมีหน่วยงานให้ความรู้ประชาชนฟรี ล่าสุด อยู่ๆก็มีคนจากรัฐบาลมาหา และมาให้ความรู้ในเรื่อง energy saving strategy in small business หรือกลยุทการประหยัดพวกน้ำไฟ ในธุรกิจ ขนาดย่อม และก่อนหน้านี้เคยมีคนจากรัฐบาลมาหาที่ร้าน เพื่อมาเทรนให้ได้ใบ Cert 4 of cookery ถ้าไปลงคอร์สจริงๆ คงหมดไปเป็นหมื่นเหรียญ แต่อันนี้ฟรี แถมคนสอนมาหาเองทุกอาทิตย์ ย้ำ คนสอนมาหาเองทุกอาทิย์แบบไม่ต้องไปโรงเรียน
10. ระบบการสัตว์เลี้ยง ใครอยากเลี้ยงหมาแมว ต้องฝังไมโครชิฟ และต้องลงทะเบียน ถ้าเจอแมวใครหลุดมา ให้พาไปส่งที่ shelter แล้วเค้าจะสแกน พอสแกนก็จะมีเบอร์โทรเจ้าของขึ้นมา และโทรให้เค้ามารับ ถ้าไม่มีคนมารับเค้าก็จะมีที่ให้หมากับแมวอยู่อย่างมีระบบ เพื่อเอาไปขายต่อ และถ้ามาประเทศนี้ จะไม่ได้เห็นหมาข้างถนนเลย ไม่เคยเห็นใครที่นี่โพสขอรับของบริจาคเรื่องหมาแมวเลย
11. ประเทศนี้ทำถนนไม่หยุดเลย เอะอะ ทำถนน และดูเหมือนเค้าจะจริงจังกับการออกแบบถนนให้รถไม่ติดที่นี่ถ้าพูดถึงราคารถยนต์ ถ้าเทียบกับไทยแล้วโครตจะถูกกว่า เราเคยมีรถ Subaru forester ปี 2000คันนึง ซื้อมา 10,000 บาท เพราะรถราคาถูก คนส่วนใหญ่เลยมีรถกันหมด แต่รถก็ยังไม่ติด และมีคนจากรัฐบาลตัดหญ้าข้างทางตลอด ถนนหนทางเวลาขับรถเลยสะอาดสะอ้าน พนักงานเก็บขยะที่นี่เงินโครตจะดี แย่งงานกันเยอะมาก มีเพื่อนคนนึงเป็นคนเก็บขยะที่สวนสาธารณะทำงานให้รัฐบาล(council)ได้เงินอาทิตย์ละประมานเกือบ $2000 หรือ 40,000 บาทต่อ อาทิตย์ หรือ 160,000 /เดือน
12. ค่าแรงขั้นต่ำสูงมาก พนักงานทำความสะอาดหรือเด็กเสริฟอาชีพที่คนไทยดูถูกหนักหนา รายได้เค้าอาทิตย์เดียวอาจจะมากกว่าเงินเดือนทั้งเดือนของข้าราชการบางตำแหน่งที่ไทยนะ ประสบการณ์ตรง เคยเป็นพนักงานเสริฟอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง full time รายได้ $823/week หลังหักภาษี และ medicare levyแล้ว หรือประมาณ 72,000 บาท ต่อเดือน
13. มีระบบขนส่งสาธารณะที่ทันสมัย และทั่วถึง รถเมย์ไปทั่วถึงและรถแทรมที่เหมือนรถไฟก็ไปทั่วเมือง ที่สำคัญรถเมย์มีแอร์และควันไม่ดำ รถเมย์ใหม่ๆที่นั่งสบายๆ ไม่ใช่รถเมย์ยุคโบราณอายุ100ปี
14. ทุกคนแสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้อย่างเสรี โดยไม่โดนตำรวจจับ เมื่อมีการทุจริตหรือความไม่โปร่งใสใดๆเกิดขึ้น จะมีการอภิปราย แบบจริงจัง หาเหตุผลแบบจริงจัง และหาข้อสรุปเพื่อให้ได้ผลที่เร็วที่สุดและดีที่สุดกับประเทศ ไม่ใช่กับคนกลุ่มหนึ่ง
เคยเห็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ไทยทาง TV แล้วรำคาญมาก อะไรจะยืดเยื้อ โบ้ยไปมา ขนาดนี้ รำคาญ!!!!
นี่คือสิ่งที่คนไทยสมควรจะได้ แต่เราโดนคนมีอำนาจกลุ่มหนึ่งปล้นเราไป เราเป็นคนนึงที่รักประเทศไทย และประเทศไทยคือบ้านสำหรับเราเสมอ มีโอกาสได้ไปมาหลายประเทศแล้วและแอบเสียดายที่ประเทศเราไปไม่ถึงจุดที่เรียกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วสักที ไม่เคยอวยเมืองฝรั่ง และไม่คิดว่าฝรั่งดีกว่าไทย แต่อยากให้คนที่ไม่มีโอกาสได้เห็น ได้รู้ ว่านี่ "คือสิ่งที่คุณควรจะได้ ถ้าเรามีผู้นำที่ไม่โง่"
ประเทศเรามีทรัพยากรณ์ที่พร้อม มีคนที่ฉลาด ถ้าเรามีผู้นำที่มีศักยภาพคงนำพาประเทศให้พัฒนาไปไกลได้สักวัน ความเสียหาย และหนี้ต่างๆที่รัฐบาลชุดนี้ได้ก่อมา เราใช้เวลาร้อยปี คงใช้ไม่หมด แทนที่จะได้เอาภาษี และรายได้ประเทศไปพัฒนาประเทศ กลับต้องเอาบางส่วนไปปลดนี้บวกบางส่วนที่โดนโกงกิน ทำให้ประชาชนชาติเราไม่ได้รับความดูแลอย่างเต็มที่ ถ้าเราไม่เริ่มตอนนี้ แล้วจะเริ่มตอนไหน
เป็นห่วงครอบครัวที่ไทยที่นับวันเริ่มบ่นว่าเศรษกิจไม่ดี ข้าวยากหมากแพง รายได้หด ล่าสุดป้าที่รู้จักกันโดนโจนทุบบ้านโดนขโมยของ เราต้องบอกพ่อแม่พี่น้องที่ไทยว่าห้ามใส่ทอง กลัวโดนปล้น (และโจร มึงไม่ต้องมาปล้นบ้านแม่กูนะ ไม่มีอะไรให้มึงปล้นคะ บอกตรงๆทุกวันนี้ปลูกผักปลูกหญ้าประทังชีวิตคะ มึงไปบ้านคนอื่นคะ)
ไม่เข้าใจว่าทำไมคนบางพวกถึงยังหลับหูหลับตาไม่ยอมรับความจริงสักที ทำไมต้องไล่นักเรียนที่มาประท้วงให้กลับไปตั้งใจเรียนในเมื่อ ณ วันนี้ เด็กจบใหม่ที่เค้าตั้งใจเรียนแทบตายยังตกงานกันเป็นแสนเป็นล้านคน
เด็กนักเรียนที่เค้าออกมา ก็เพราะเค้าอยากแน่ใจว่าวันที่เค้าเรียนจบมันจะมีที่ให้เค้ายืน เค้าแค่ใช้สิทธิของเค้า ทำไมต้องใช้ความรุนแรง
ฝากไว้ให้คิด
ปล. แก้ไขโพสนิดนึงนะคะ มีคนถามกันเยอะ
-นี่อยู่ออสเตรเลียเนอะ ไม่ใช่ประเทศในมโน อย่างที่หลายคนกล่าวหา ไม่ได้นั่งเทียนเขียน แค่ประเทศไทยไม่มีสวัสดิการแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่าในโลกนี้มันไม่มีเนอะ
- ทุกประเทศมีข้อดีข้อเสียคะ โพสนี้คุยเรื่องสวัสดิการ ไว้วันหลังจะมาเล่าเรื่องข้อเสียให้ฟัง
- ข้อ 2 Medicare ถ้าโรคร้ายแรงมากๆ หรือเฉพาะทางก็มีค่าใช้จ่ายคะ ในส่วนของ medicare levy มีคนอธิบายไว้ในคอมเม้นนะคะ
- ข้อ3 - 5 นี่คือสวัสดิการที่ได้จริงคะ แต่อาจมีเงื่อนไขและพิจารณาเป็นเคสๆไป
-เรื่องภาษีนี่ มีคนโพสในคอมเม้นละเนอะ หาอ่านดู ตอบจนเหนื่อยอะ ลองดูในคอมเม้นนะค่ะ
-จบโทที่ออสเนอะ และก็ไม่ได้มีผัวฝรั่งเลี้ยงนะคะ มีผัวคนไทยคะ
วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2563
วิศรุกร บำรุง, 66807109597 (ส้ั่งสินค้าแล้วไม่รับ)
หมายเลขคำสั่งซื้อ
วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2563
พนักงานสอบสวนต้องออกหลักฐานการรับคำร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ มอบให้แก่ผู้แจ้งทุกครั้ง
อานนท์ เชื้อสัตตบงกช
13 ชม. ·
#คำสั่งที่ถูกลืม!! มิน่าไปแจ้งความทีไรแล้วเรื่องเงียบบหายยตลอดด!!
#บ่อยครั้งที่ชาวบ้านต้องเจอกับปัญหา เมื่อเจอเหตุร้ายแล้วต้องเข้าไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับคนร้ายที่สถานีตำรวจ แต่กลับถูกร้อยเวรปฎิเสธการรับแจ้งบ้าง รับแจ้งแล้วไม่ยอมให้คัดถ่ายบันทึกการแจ้งความบ้าง ทั้งที่ตัวเองเป็นผู้แจ้งเอง แถมหลังแจ้งแล้วเรื่องเงียบ พอกลับไปสอบถามก็ดันถามหาหลักฐานการแจ้ง แล้วใครมันจะมีละครับเจ้านาย!!
#ความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้เคยมีคำสั่งของท่านพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส สมัยดำรงค์ตำแหน่งรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เคยออกคำสั่งกำชับให้พนักงานสอบสวนทุกนายต้องปฎิบัติตามประมวลระเบียบตำรวจเกี่ยวกับคดี ลักษณะ 11 การรายงานคดีบทที่ 3 คำร้องทุกข์หรือคำกล่าวโทษ ข้อ15 อย่างเคร่งครัด โดยให้พนักงานสอบสวนต้องออกหลักฐานการรับคำร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ มอบให้แก่ผู้แจ้งทุกครั้ง เพื่อสามารถติดตามความคืบหน้าในคดีได้ และต้องแจ้งผลคืบหน้าคดีตามแบบที่กำหนด โดยครั้งแรกต้องแจ้งภายใน 30 วัน ครั้งที่สองต้องแจ้งภายใน 60 วัน และครั้งที่สามเมื่อสรุปสำนวนเสร็จ แต่ทุกวันนี้คำสั่งนี้กลับถูกลืม หรือแกล้งลืมก็ไม่ทราบ เพราะร้อยเวรที่รับแจ้งจะพยายามไม่ยอมออกหลักฐานใดๆให้เกือบทุกกรณี โดยอ้างเหตุผลต่างๆนาๆ แถมพอกลับไปสอบถามผลคดี ก็ทำเฉไฉไม่ทราบเรื่อง ใครเจอเหตุลักษณะแบบนี้ต่อไปแนะนำให้แสดงคำสั่งนี้ ให้พนักงานสอบสวนท่านนั้นทราบ เพื่อขอคัดถ่าย และขอทราบผลคดี หากยังเฉไฉไม่ยอมดำเนินการ ให้ยืนยันดำเนินคดีเอาผิดกับพนักงานสอบสวนท่านนั้นได้เช่นกัน ฝากรบกวนช่วยแชร์ไปให้พนักงานสอบสวนอ่านกันด้วย อยากรู้ทีนี้ท่านจะอ้างอะไรอีกครับ.เจ้านาย!!
ขอขอบคุณ นท.โสภณ สำเภาเทศ
ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลครับ//
วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2563
เพลงอยากมีผัว
วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2563
ข้ามรั้วเข้ามาตัดต้นไม้ กิ่งไม้ ในที่ดินของผู้เสียหาย
25 สิงหาคม เวลา 10:31 น. ·
เพื่อนบ้าน จ้างแรงงานต่างด้าว 3 คน ข้ามรั้วเข้ามาตัดต้นไม้ กิ่งไม้ ในที่ดินของผู้เสียหาย
ตัดเสร็จไปแจ้งความด้วยว่า ผู้เสียหายปล่อยให้กิ่งไม้รุกล้ำเข้าไป
ผู้เสียหายไปแจ้งความ ตำรวจ ทำตัวเป็นทนายความ อ้างกฎหมายแพ่งพาณิชย์แบบมั่วๆ ว่าต้นไม้ติดกำแพง เจ้าของที่ดินข้างเคียงมีสิทธิตัดได้
อ้างว่า กฎหมายใหม่ ให้ปลูกต้นไม้ห่างจากรั้ว 2 เมตร
กฎหมายฉบับไหน มาตรา ไหน ⁉
เดือดร้อนถึงทนาย...
ผมคงต้องกางตัวบทกฎหมายให้ตำรวจดูจริงๆใช่ใหม ?
ป.พ.พ. มาตรา 1347ได้บัญญัตืไว้ว่า “เจ้าของที่ดินอาจตัดรากไม้ซึ่งรุกเข้ามาจากที่ดินติดต่อและเอาไว้เสีย #ถ้ากิ่งไม้ยื่นล้ำเข้ามา_เมื่อเจ้าของที่ดินได้บอกผู้ครอบครองที่ดินติดต่อให้ตัดภายในเวลาอันสมควรแล้ว แต่ผู้นั้นไม่ตัด ท่านว่าเจ้าของที่ดิน ตัดเอาเสียได้”
แต่ถ้าตัดโดยไม่บอกกล่าว ก็ผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
กำลังเดินทางไปหาตำรวจ
และพาผู้เสียหายไปแจ้งความข้อหา ร่วมกันบุกรุก และ ทำให้เสียทรัพย์ เผลอๆ อาจลามไปถึง 157
แนวทางการพัฒนาคน ใด้เป็นคน
25 สิงหาคม 2018 ·
เอสโตเนียพึ่งจะได้รับอิสรภาพเมื่อปี 1991 หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ซึ่งในเวลานั้น ประชาชนกว่าครึ่งของเอสโตเนียยังไม่มีโทรศัพท์บ้านด้วยซ้ำ
แต่เพียงแค่ 20 ปีต่อมา เอสโตเนียกลายเป็นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว และยังเป็นประเทศที่เจริญที่สุดในแง่นวัตกรรมและเทคโนโลยี (เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรแค่ 1.3 ล้านคน)
Skype หรือ Kazaa (P2P อันแรกๆของโลก) ก็ถูกพัฒนาขึ้นที่นี่ อีกทั้งยังเป็นประเทศแรกของโลกที่มีระบบบัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ (e-id card) พร้อมกันเชื่อมต่อระบบทั้งหมดไว้ด้วยกัน
ประชาชนจะลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง จะทำธุรกรรมโอนเงิน จะบินเข้าออกประเทศ จะซื้อบ้าน ซื้อรถ จะจ่ายภาษี จะเปิดบริษัท จะทำอะไรก็ได้ ทั้งหมดจะทำบนธุรกรรมออนไลน์
3 ปีที่แล้วผมได้มีโอกาสไปเที่ยวเอสโตเนีย วันนั้นผมตื่นเต้นมากที่ระบบ เช็คอินของโรงแรมที่ผมพัก "ไม่มีพนักงานต้อนรับ" เขาตั้งตู้ Kiosk ไว้เครื่องเดียวให้ผมกรอกเอกสารการจองแล้วบัตรคีย์การ์ดก็หล่นลงมาพร้อมส่งรายละเอียดการเข้าพักให้ในอีเมล์
แต่เพราะอะไรล่ะที่ทำให้ประเทศที่ครั้งหนึ่งเคยต้องอยู่ภายใต้โซเวียต ประชาชนไม่มีกิน กลายเป็นประเทศมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีภายในระยะเวลาอันสั้น
1. #ปฏิรูปประเทศด้วยคนรุ่นใหม่อายุน้อย
ในปี 1992 หลังจากที่เอสโตเนียได้รับเอกราช Matt Laar ก็ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีพร้อมกับชุดรัฐมนตรีที่เด็กที่สุดในประวัติศาสตร์ (อายุเฉลี่ยรวม 35 ปี) ได้ปฏิรูประบบประเทศอย่างรวดเร็วโดยเน้นการพัฒนาประเทศโดย"เอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง" เขาเริ่มจากแปรรูปรัฐวิสาหกิจ อะไรที่ชักช้าเอามาทำให้ไวขึ้น การเปลี่ยนกฎหมายให้เปิดบริษัทใหม่ง่ายขึ้น รวมถึงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานซึ่งอันแรกที่สร้างคืออินเตอร์เน็ต
2. #ความรู้ต้องเข้าถึงทุกคน
ต่อมาเขาบังคับให้ทุกโรงเรียนต้องมีคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียนตั้งแต่ระดับประถม และในปี 1998 ทุกโรงเรียนในเอสโตเนียมี Internet ใช้ฟรีอีกทั้งระบบยังเชื่อมโรงเรียนเข้าด้วยกัน ทำให้โรงเรียนสามารถแชร์ความรู้กันได้
ในปี 2000 รัฐบาลประกาศว่า ประชาชนทุกคนต้องเข้าถึง Internet ฟรี ทำให้ตอนนี้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถหา free-wifi ได้ทั่วไป ไม่จำเป็นต้องไปร้านกาแฟเพื่อต่อ wifi เลย
3. #มองไปข้างหน้าเน้นไปที่การสร้างนวัตกรรม
ในปีเดียวกันนั้นเอง รัฐบาลยังยกเลิกระบบกระดาษก็อปปี้ กระดาษคาร์บอน รวมถึงการใช้ตราประทับ และการเซ็นสำเนาถูกต้อง โดยให้ทุกคนใช้การยืนยันผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด
และยังเป็นปีที่ประชาชน Estonia ขาย "Skype" Start Up ตัวแรกของพวกเขาได้เงินมา 2.6 พันล้านเหรียญ โดยเงินจำนวนนี้ ก็ถูกนำมาลงทุนใน Start Up ตัวใหม่ๆต่อ
4. #ยังไม่หยุดแค่นั้น
ในปี 2008 เอสโตเนียกลายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว พร้อมกับเปิดให้ประชาชนทุกคนเรียนฟรี และรักษาสุขภาพฟรี
ในปี 2015 เอสโตเนียได้คะแนน PISA Score ลำดับที่ 3 ของโลกตามหลังเพียงสิงคโปร์ และญี่ปุ่น (ไทยละดับที่ 56 จาก 70)
ในปี 2016 กว่า 30%ของประชาชนทั้งหมดทำงานในด้านเทคโนโลยี และมีบริษัท start up เกิดใหม่ถึงปีละ 14,000 บริษัท
วันนี้เอสโตเนียได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการเติบโตด้านนวัตกรรม สิทธิเสรีภาพของมนุษย์ และด้านการเติบโตของเศรษฐกิจสูงลำดับต้นๆของโลก .... ทั้งๆที่เขาพึ่งจะเป็นประเทศได้เพียง 20 กว่าปีเท่านั้น
.... #แล้วไทยล่ะ เราเป็นเสือตัวที่ 5 มากี่ปีแล้ว ? เราเอาแนวทางอะไรของเอสโตเนียมาปรับใช้ได้บ้างเพื่อพัฒนาประเทศ อาจจะไม่ใช่ให้รัฐบาลคิดคนเดียว พวกเราเองก็ต้องช่วยกันคิดด้วยครับ #มุมคิด



