ถาดน้ำหวาน สำหรับเลี้ยง ชันโรง
ไม้ทับกล้วย14-18-28
กล่องเลี้ยงชันโรง เหมาะกับพันธ์ตัวเล็ก
กระต่ายขูดมะพร้าวแบบนั่ง
กล่องเลี้ยงชันโรงแยกน้ำหวานแบบ 2 ชั้น ขนาดA4
ฟีโรโมน ล่อชันโรง สูตรเข้มข้น
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรง รวมกับขี้ชัน
หน่อกล้วยน้ำว้า ซูปเปอร์ยักษ์
ชุดล่อผึ้งโพรง ฟีโรโมนแบบสกัด+ครีมล่อผึ้ง+ไขล่อผึ้ง
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรงสูตรเข้มข้น
ฟีโรโมน ล่อชันโรง (เกรดพรีเมี่ยม)
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรง
ชิงช้าไม้จากไม้บ้านเก่าอายุ 50 ปี
กล่องเลี้ยงชันโรงแบบ2ชั้น
ฟีโรโมนล่อผึ้งโพรงสูตรหมัก+ไขล่อผึ้งโพรง
สโม๊กเกอร์พ่นควัน
ฟีโรโมนล่อผึ้งโพรง 20 ซีซี+ไขล่อผึ้งโพรงแท้ 1 ก้อน
ไขล่อผึ้งโพรง สูตรเข้มข้น
กล่องเลี้ยงชันโรง แบบ 3 ชั้น
Debug Card (2หลัก) ดีบักการ์ด
พระสมเด็จวัดระฆัง งานพิมพ์มือ แจกงานบุญ
กล่องเลี้ยงผึ้ง
กล่องชันโรง “สวนราชินี” รุ่น A4 -3 ชั้น
กล่องเลี้ยงชันโรง ขนาด เอ4 สูง 4 นิ้ว

หน้าเว็บ

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

ชิงช้าไม้เนื้อแข็ง
กล่องเลี้ยงชันโรง แบบ 2 ชั้น ขนาด A4
ฟีโรโมนล่อชันโรง
กระต่ายขูดมะพร้าวหนาพิเศษ
ม้านั่งไม้เนื้แแข็ง
ถาดน้ำหวานสำหรับชันโรง
สมุนไพรแพะหงี่แห้ง
หน่อกล้วยตานี
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรง
กล่องเลี้ยงชันโรง
กล่องเลี้ยงผึ้งโพรง
หน่อกล้วยพระราชทาน
กาพ่นควันผึ้ง สโมคเกอร์
Inverter testerSP8030- SM852B
ไขผึ้งสำหรับผึ้งโพรงไทย
ไม้ทับกล้วยปิ้ง14-16
ขี้ชันแท้ 100% สำหรับล่อชันโรง
ฟีโรโมน ฉีดกล่องเลี้ยงชันโรง
ฟีโรโมนล่อผึ้งโพรง
ชุดฟีโรโมนและไขล่อผึ้งโพรงไทย
กล่องเลี้ยงชันโรง ขนาด 5 ชั้น แยกรัง
ขาตั้งกล่องเลี้ยงผึ้ง
ขาตั้งกล่องชันโรงไม่มีกล่อง
กล่องเลี้ยงชันโรง 2ชั้น

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

#เกี่ยวกับการตรวจหาสารเสพติด

10.1 ต้องเก็บปัสสาวะปริมาตรเท่าไร
ตอบ: 30-60 มิลลิลิตร
10.2 ระยะเวลาการเก็บรักษาปัสสาวะ
ตอบ: ควรส่งห้องปฏิบัติการภายใน 48 ชั่วโมง ในสภาพแช่เย็น
10.3 อุณหภูมิในการเก็บรักษาปัสสาวะที่เหมาะสมควรเป็นเท่าไร
ตอบ: 4-8 องศาเซลเซียส
10.4 ค่าใช้จ่ายในการตรวจยืนยันผล
ตอบ: ค่าใช้จ่ายการตรวจยืนยันผล 700 บาท/ชนิดสาร โดยไม่ขึ้นกับวิธีวิเคราะห์ (อ้างอิงจากราชกิจจานุเบกษาเล่ม 136 ตอนพิเศษ 130ง ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 หน้า 125-136)
10.5 ไอซ์ เป็นสารเสพติดประเภทไหน การออกฤทธิ์ และใช้ชุดทดสอบอะไรในการตรวจพิสูจน์
ตอบ: ไอซ์คือผลึกหรือผงเมทแอมเฟตามีน ที่มีความบริสุทธิ์สูง ที่ใช้สำหรับผลิตยาบ้า ไอซ์ออกฤทธิ์เหมือนยาบ้า และสามารถใช้ชุดทดสอบเมทแอมเฟตามีนในการตรวจปัสสาวะผู้ติด ผู้เสพ
10.6 มีชุดทดสอบสารระเหยในปัสสาวะหรือไม่ สามารถตรวจสารระเหยในปัสสาวะด้วยวิธีใด
ตอบ: ปัจจุบันยังไม่มีชุดทดสอบสารระเหยในปัสสาวะ การตรวจสารระเหยในปัสสาวะสามารถตรวจสารเมตาบอไลต์ของสารระเหยคือสาร Hippuric acid โดยวิธี High Performance Liquid Chromatography หรือ Gas Chromatography/Mass Spectrometry
10.7 ชุดทดสอบแบบแถบ และแบบตลับ เหมือนกันหรือต่างกัน อย่างไร
ตอบ: ชุดทดสอบแบบแถบ และแบบตลับ ใช้หลักการเดียวกัน ต่างกันที่ วัสดุ รูปแบบและวิธีการใช้
10.8 หลังจากเสพเมทแอมเฟตามีนไปแล้วกี่วัน จะยังมีสารเสพติดในปัสสาวะ
ตอบ: จะตรวจพบภายใน 1-3 วันหลังการเสพ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละบุคคลและความถี่ของการเสพ
10.9 สารเสพติดประเภทยาบ้า จะอยู่ในร่างกายนานเท่าไร
ตอบ: ยาบ้าจะถูกขับออกมา 70% ภายใน 24 ชม. หลังเสพ และมักจะตรวจพบภายใน 1-3 วัน หลัง 7 วันไปแล้ว มักจะตรวจไม่พบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละบุคคล ความถี่ของการเสพ และอาหารที่รับประทาน เช่น ถ้ารับประทานอาหารที่ทำให้ปัสสาวะเป็นด่างจะทำให้การขับยาออกจากร่างกายช้าลง
10.10 ถ้าชุดทดสอบเกิดแถบสีแดงที่ตำแหน่ง C ชัดมาก แต่แถบสีที่ตำแหน่ง T เลือนลาง ให้อ่านผลอย่างไร
ตอบ: ให้อ่านเป็นผลลบ
10.11 สารเคมีที่ทำให้ตรวจหาสารเสพติดเป็นผลบวกลวง (ไม่ได้เสพยาบ้า แต่ให้ผลบวกกับชุดทดสอบ) มีอะไรบ้าง
ตอบ: สารที่ให้ผลบวกลวงกับชุดทดสอบได้คือ สารที่มีโครงสร้างคล้ายสารเสพติด แต่ปัจจุบันชุดทดสอบมีความจำเพาะเจาะจงสูง ทำให้มีผลบวกลวงน้อยลง แต่ก็ยังพบสารที่อาจให้ผลบวกลวงกับชุดทดสอบ เช่น ยาลดความอ้วน ยาที่ทำให้ไม่ง่วง Ranitidine Pseudoephedrine Dextromethorphan เป็นต้น
10.12 ช่วยยกตัวอย่างว่ารับประทานอะไรบ้างที่จะตรวจพบสารเมทแอมเฟตามีน เพราะบางครั้งเขาจะอ้างว่าดื่มเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เช่น กระทิงแดง
ตอบ: สารที่รับประทานหรือเสพแล้ว จะตรวจพบสารเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะ คือ ยาบ้า และไอซ์ สารที่ให้ผลบวกลวงกับชุดทดสอบ ได้แก่สารที่มีโครงสร้างคล้ายกัน เช่น ยาลดความอ้วน ยาที่ทำให้ไม่ง่วง แต่ในกระทิงแดงไม่มีสารเหล่านี้ การดื่มกระทิงแดงจึงไม่ทำให้เกิดผลบวกลวง
10.13 วิธีการใช้ชุดทดสอบที่ถูกต้อง จะต้องทำอย่างไร
ตอบ: อ่านคู่มือให้เข้าใจ และทดสอบตามคำแนะนำในคู่มือ
10.14 การเก็บชุดทดสอบก่อนการใช้งานควรเก็บอย่างไร อุณหภูมิเท่าไร อุณหภูมิมีผลต่อชุดตรวจหรือไม่
ตอบ: เก็บรักษาตามที่ระบุในคู่มือของผลิตภัณฑ์
10.15 การใช้ชุดทดสอบชนิดแถบที่ถูกต้อง
ตอบ: การใช้ชุดทดสอบชนิดแถบที่ถูกต้องคือจุ่มปลายชุดทดสอบลงในปัสสาวะ อย่าให้เกินขีดบอกระดับ บนแผ่นทดสอบ ตามเวลาที่กำหนด (ประมาณ 10 วินาที) แล้วหยิบขึ้นวางบนพื้นราบ จับเวลาและอ่านผลตามที่ระบุในคู่มือ
10.16 ปริมาตรปัสสาวะที่หยดในหลุมทดสอบมีผลต่อการตรวจหรือไม่ จำเป็นต้องใช้หลอดหยดที่มากับชุดทดสอบนั้นหรือไม่ หากไม่ได้ใช้ จะมีผลกับการแปลผลหรือไม่
ตอบ: ปริมาตรปัสสาวะที่หยดในหลุมทดสอบมีผลต่อการแปลผลการทดสอบ และควรใช้หลอดหยดที่ให้มากับชุดทดสอบ โดยใช้จำนวนหยดตามที่ระบุในเอกสารกำกับ
10.17 การถ่ายปัสสาวะใส่ถ้วยในปริมาณมากน้อยต่างกัน มีผลต่อการตรวจเบื้องต้นหรือไม่
ตอบ: ปริมาตรของปัสสาวะที่เก็บได้ ไม่มีผลต่อการตรวจเบื้องต้น
10.18 สามารถเก็บปัสสาวะไว้ก่อนส่งตรวจยืนยันผลนานเท่าไหร่
ตอบ: หากเก็บที่อุณหภูมิ 4-8 °C ได้นาน 2-3 เดือน ถ้าแช่แข็งอาจเก็บได้ประมาณ 6 เดือน แต่แนะนำให้ส่งตรวจภายใน 48 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้ปัสสาวะบูดเน่า
10.19 ถ้าใช้ชุดทดสอบของโรงพยาบาล และตำรวจ ได้ผลตรงกัน แต่ส่งตรวจยืนยันผลที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ แล้วได้ผลลบ จะแก้ปัญหาอย่างไร
ตอบ: รายงานผลของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นการตรวจยืนยันผลโดยใช้วิธีแยกสกัดสาร และตรวจอย่างละเอียดเพื่อยืนยันว่ามีสารเสพติดอยู่ในปัสสาวะนั้นจริงๆ ควรยึดผลจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นหลัก
ข้อมูลจาก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
สำนักยาและวัตถุเสพติด

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ถ้านำรถไปตรวจสภาพแล้วไม่ผ่าน เพราะมีเหตุขัดข้องที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายขนส่งหรือกฎหมายรถยนต์

ถ้านำรถไปตรวจสภาพแล้วไม่ผ่าน เพราะมีเหตุขัดข้องที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายขนส่งหรือกฎหมายรถยนต์
ถ้าเจ้าของรถร้องขอ พนักงานตรวจสภาพรถจะต้องออกหนังสือในนามของสำนักงานขนส่งที่ีตรวจสภาพว่า "รถคันนั้นไม่ผ่านการตรวจสภาพรถ เพราะไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายอะไร ฉบับใด มาตราหรือข้อใดกำหนดไว้อย่างไร และจะต้องไปแก้ไขอย่างไร ให้เจ้าของรถหรือผู้แทนทราบอย่างชัดเจนและในทันทีไม่ชักช้า
ถ้าพนักงานตรวจสภาพรถและหรือขนส่งจังหวัดไม่ยอมออกหนังสือดังกล่าว ไม่ว่าจะโดยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ท่านก็มีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
เพราะการใช้ดุลพินิจจากการตรวจสภาพ ว่า "รถไม่ผ่านการตรวจสภาพ" ถือเป็นคำสั่งทางปกครองที่เป็นผลร้ายแก่เจ้าของรถ เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ในการออกคำสั่งจึงมีหน้าที่ตามกฎหมาย พรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ที่จะต้องมีหนังสือแสดงเหตุผลและรายละเอียดให้เจ้าของรถทราบและเป็นที่เข้าใจ
การบอกกล่าวด้วยวาจา ไม่ถือว่าเป็นการแจ้งคำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมาย
จึงแจ้งมายังเจ้าของรถทุกคนเพื่อทราบ และใช้สิทธิของท่านที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์กับตัวท่าน
ขอฝากสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต รับไปพิจารณาแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพรถ ด้วยครับ


ฉัตรไชย ภู่อารีย์

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

มาตรา 92 ห้ามมิให้ค้นในที่รโหฐานโดยไม่มีหมายค้นหรือคำสั่งของศาล

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ❯ มาตรา 92
มาตรา 92 ห้ามมิให้ค้นในที่รโหฐานโดยไม่มีหมายค้นหรือคำสั่งของศาล เว้นแต่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้ค้น และในกรณีดังต่อไปนี้
(1) เมื่อมีเสียงร้องให้ช่วยมาจากข้างในที่รโหฐาน หรือมีเสียงหรือพฤติการณ์อื่นใดอันแสดงได้ว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้นในที่รโหฐานนั้น
(2) เมื่อปรากฏความผิดซึ่งหน้ากำลังกระทำลงในที่รโหฐาน
(3) เมื่อบุคคลที่ได้กระทำความผิดซึ่งหน้า ขณะที่ถูกไล่จับหนีเข้าไปหรือมีเหตุอันแน่นแฟ้นควรสงสัยว่าได้เข้าไปซุกซ่อนตัวอยู่ในที่รโหฐานนั้น
(4) เมื่อมีพยานหลักฐานตามสมควรว่าสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยการกระทำความผิดหรือได้ใช้หรือมีไว้เพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรืออาจเป็นพยานหลักฐานพิสูจน์การกระทำความผิดได้ซ่อนหรืออยู่ในนั้น ประกอบทั้งต้องมีเหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้สิ่งของนั้นจะถูกโยกย้ายหรือทำลายเสียก่อน
(5) เมื่อที่รโหฐานนั้นผู้จะต้องถูกจับเป็นเจ้าบ้าน และการจับนั้นมีหมายจับหรือจับตามมาตรา 78
การใช้อำนาจตาม (4) ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจผู้ค้นส่งมอบสำเนาบันทึกการตรวจค้นและบัญชีทรัพย์ที่ได้จากการตรวจค้น รวมทั้งจัดทำบันทึกแสดงเหตุผลที่ทำให้สามารถเข้าค้นได้เป็นหนังสือให้ไว้แก่ผู้ครอบครองสถานที่ที่ถูกตรวจค้น แต่ถ้าไม่มีผู้ครอบครองอยู่ ณ ที่นั้น ให้ส่งมอบหนังสือดังกล่าวแก่บุคคลเช่นว่านั้นในทันทีที่กระทำได้ และรีบรายงานเหตุผลและผลการตรวจค้นเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไป

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2563

บุกค้นบ้านโดยไม่มีหมายศาลมิหนำซ้ำจับไส่กุญแจมือ ใช้อำนาจในทางมิชอบ สู้สิครับ

บุกค้นบ้านโดยไม่มีหมายศาลมิหนำซ้ำจับไส่กุญแจมือ ใช้อำนาจในทางมิชอบ สู้สิครับ
*มาตรา ๕๗ ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติในมาตรา ๗๘
มาตรา ๗๙ มาตรา ๘๐ มาตรา ๙๒ และมาตรา ๙๔ แห่งประมวลกฏหมายนี้ จะจับ ขัง จำคุก หรือค้นในที่รโหฐานหาตัวคนหรือสิ่งของต้องมีคำสั่งหรือหมายของศาลสำหรับการนั้น
บุคคลซึ่งต้องขังหรือจำคุกตามหมายศาล จะปล่อยไปได้ก็เมื่อมีหมายปล่อยของศาล
.......,.............
*มาตรา ๕๙/๑ ก่อนออกหมาย จะต้องปรากฏพยานหลักฐานตามสมควรที่ทำให้ศาลเชื่อได้ว่า มีเหตุที่จะออกหมายตามมาตรา ๖๖ มาตรา ๖๙ หรือมาตรา ๗๑
คำสั่งศาลให้ออกหมายหรือยกคำร้อง จะต้องระบุเหตุผลของคำสั่งนั้นด้วย
หลักเกณฑ์ในการยื่นคำร้องขอ การพิจารณา รวมทั้งการออกคำสั่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาลฏีกา
**มาตรา ๖๐ หมายจับ หมายค้น หมายขัง หมายจำคุก หรือหมายปล่อย ต้องทำหนังสือและมีข้อความดังต่อไปนี้
(๑) สถานที่ออกหมาย
(๒) วันเดือนปีที่ออกหมาย
(๓) เหตุที่ต้องออกหมาย
(๔) (ก) ในกรณีออกหมายจับ ต้องระบุชื่อรูปพรรณของบุคคลที่จะถูกจับ
(ข) ในกรณีออกหมายขัง หมายจำคุก หรือหมายปล่อย ต้องระบุชื่อบุคคลที่จะถูกขัง จำคุก หรือปล่อย
(ค) ในกรณีออกหมายค้น ให้ระบุสถานที่ที่จะค้นและชื่อ หรือรูปพรรณบุคคลหรือลักษณะสิ่งของที่ต้องการค้นกำหนดวันเวลาที่จะทำการค้น และชื่อกับตำแหน่งของเจ้าพนักงานผู้จะทำการค้นนั้น
(๕) (ก) ในกรณีออกหมายจับ หมายขัง หรือหมายค้นให้ระบุความผิด หรือวิธีการเพื่อความปลอดภัย
(ข) ในกรณีออกหมายจำคุก ให้ระบุความผิดและกำหนดโทษตามคำพิพากษา
(ค) ในกรณีออกหมายขังหรือหมายจำคุก ให้ระบุสถานที่ที่จะให้ขังหรือจำคุก
(ง) ในกรณีออกหมายปล่อย ให้ระบุเหตุที่ให้ปล่อย
(๖) ลายมือชื่อและประทับตราของศาล
.,..............
*มาตรา ๖๙ เหตุที่จะออกหมายค้นได้มีดังต่อไปนี้
(๑) เพื่อพบและยึดสิ่งของซึ่งจะเป็นพยานหลักฐานประกอบการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา
(๒) เพื่อพบและยึดสิ่งของซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยผิดกฏหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าได้ใช้หรือตั้งใจจะใช้ในการกระทำความผิด
(๓) เพื่อพบและช่วยบุคคลซึ่งได้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังโดยมิชอบด้วยกฏหมาย
(๔) เพื่อพบบุคคลซึ่งมีหมายให้จับ
(๕) เพื่อพบและยึดสิ่งของตามคำพิพากษาหรือตามคำสั่งศาล ในกรณีที่จะพบหรือจะยึดโดยวิธีอื่นไม่ได้แล้ว
*มาตรา ๗๐ หมายค้นซึ่งออกเพื่อพบและจับบุคคลนั้นห้ามมิให้ออก เว้นแต่จะมีหมายจับบุคคลนั้นด้วย และเจ้าพนักงานซึ่งจะจัดการตามหมายค้นนั้นต้องมีทั้งหมายค้นและหมายจับ

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2563

สูตรอาหารบำรุงไต "น้ำข้าวร้อนๆชงกับไข่ขาวดิบ"

ใครมีคนที่รักแชร์ต่อไปนะคับ ผมไปเจอมาอาจจะช่วยคนที่คุณรักและคนที่คุณรู้จักได้นะครับ
อาหารเช้าบำรุงสุขภาพไต น้ำข้าวร้อนๆชงกับไข่ขาวดิบ ง่ายๆ ราคาถูก สูตรชาวบ้านบอกต่อๆกันมา ได้ผลดีจริงสำหรับผู้ป่วยโรคไต คุณแม่ผม (แม่จวน ไพรชาญจิตร์) อายุ ๙๑ ปี ไตเสื่อมสภาพถึงขั้นที่แพทย์ รพ. ธรรมศาสตร์นัดเจาะช่องท้องเพื่อฟอกไตเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๖๐ ระหว่างรอพบแพทย์เพื่อดำเนินการ พี่สาว (บรรจง มีสัตย์ธรรม) ได้สูตรอาหารบำรุงไต "น้ำข้าวร้อนๆชงกับไข่ขาวดิบ" จากญาติๆ ทำให้แม่กินวันละ ๔ ฟอง เช้าสองฟอง เย็นสองฟอง ประมาณสิบกว่าวัน พอถึงเวลาไปพบแพทย์ ตรวจค่าไต แพทย์บอกว่าค่าไตดีขึ้นมาก ยังไม่จำป็นต้องฟอกไต จนกระทั่งทุกวันนี้ สุขภาพแม่ดีขึ้นมาก เดินคล่อง ผิวพรรณดูสดใสขึ้นมาก ยังกินน้ำข้าว+ไข่ขาวดิบ ต่อเนื่องทุกวัน ตัวผมลองเอาสูตรนี้มาทำกินเองบ้าง วันละ ๒ มื้อๆละ ๑ ฟอง กินมาแล้ว ๒ สัปดาห์ รู้สึกได้ว่าร่างกายกระฉับกระเฉงขึ้นมาก ที่เคยเพลียๆง่วงเหงาหาวนอนตอนเช้าตอนบ่ายก็หายไป ปัสสาวะก็มีสีและกลิ่นดีขึ้นมาก วิธีทำก็แสนง่าย ราคาก็ไม่แพง ลองทำกินกันดูนะครับ น้ำข้าวร้อนๆก็เอาจากหม้อหุงข้าวไฟฟ้านั่นแหละ เวลาหุงข้าวก็ใส่น้ำมากๆหน่อย พอเดือดก็ตักน้ำข้าวออกมาชงกับไข่ขาวดิบ ไม่ต้องเติมเค็ม ไม่ต้องเติมหวานที่เป็นอันตรายต่อไต กินตอนที่ยังร้อนอยู่นะครับ กรุณาเเชร์เพื่อบอกบุญครับ...

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2563

Panitarn Wasinpoksub ฝากถึงตำรวจ

ประเด็นที่ 1 ถ้าเราไม่ได้ไปทำอะไรผิด ตำรวจก็ทำอะไรเราไม่ได้ ถ้าตำรวจจับตัวเราไป ทั้งๆที่เราไม่ได้ไปทำอะไรผิด ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม มีความผิด อาญา มาตรา 311 ข้อหากระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถูกหน่วงเหนี่ยว ถูกกักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกาย , อีกอย่าง “ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 28 ” ก็ชัดเจน ว่า “ บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย การจับและการคุมขังบุคคล จะกระทำมิได้ เว้นแต่มีคำสั่ง หรือหมายของศาล หรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ ”
ประเด็นที่ 2 เอาคดีอาญามาเล่นงานเรา ทั้งๆที่เราไม่ได้ไปทำผิดอาญา เราไม่ได้ไปทำอะไรผิด ทั้งตำรวจหรือผู้ฟ้อง มีความผิด อาญา มาตรา 137 ข้อหาแจ้งความเท็จ , อาญา มาตรา 172 ข้อหาเบิกความเท็จ , อาญา มาตรา 173 ข้อหามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แต่แอบอ้างว่ามีความผิด , อาญา มาตรา 174 ข้อหาการแจ้งข้อความตามมาตรา 172 มาตรา 173 เป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องถูกบังคับตามวิธีการเพื่อความปลอดภัย , อาญา มาตรา 175 ข้อหาเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่น ว่าทำผิดอาญาแรงกว่าความเป็นจริง , อาญา มาตรา 177 ข้อหาเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่น ความเท็จเป็นข้อสำคัญในคดี , อาญา มาตรา 200 ข้อหาเจ้าพนักงานกระทำการในตำแหน่งโดยมิชอบ หรือข้อหาเจ้าพนักงานกระทำการกลั่นแกล้งทำให้ผู้อื่นรับผิดทางอาญา
ตำรวจนิสัยดีๆ เราก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย เดี๋ยวกลับมาต่อในประเด็นที่ 3


ประเด็นที่ 3 ตำรวจหรือพนักงานสอบสวน ทำสำนวนหลอกอัยการ ตำรวจหรือพนักงานสอบสวน มีความผิด อาญา มาตรา 264 ข้อหาปลอมแปลงเอกสาร โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร กรอกข้อความลงในแผ่นกระดาษหรือวัตถุอื่นใด ซึ่งมีลายมือชื่อของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม หรือโดยฝ่าฝืนคำสั่งของผู้อื่น , อาญา มาตรา 161 ข้อหาปลอมแปลงเอกสาร โดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น , อาญา มาตรา 162 ข้อหาเจ้าพนักงาน กระทำการ (1) รับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ (2) รับรองเป็นหลักฐานว่า ได้มีการแจ้งซึ่งข้อความอันมิได้มีการแจ้ง (4) รับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ , อาญา มาตรา 179 ข้อหาทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ เพื่อให้เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหลงเชื่อว่ามีความผิดอาญาอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือเชื่อว่าความผิดอาญาที่เกิดขึ้นร้ายแรงกว่าที่เป็นความจริง , อาญา มาตรา 180 ข้อหานำสืบอันเป็นเท็จ พยานหลักฐานอันเป็นเท็จเป็นข้อสำคัญในคดี
ประเด็นที่ 4 เมื่อถูกตำรวจหรือเจ้าหน้าที่กระทำละเมิด ไปดู
“ พรบ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 6 ถ้าการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ มิใช่การกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดในการนั้นเป็นการเฉพาะตัว ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง แต่จะฟ้องหน่วยงานของรัฐไม่ได้ ”
“ พรบ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 8 ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายเพื่อการละเมิดของเจ้าหน้าที่ ให้หน่วยงานของรัฐมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวแก่หน่วยงานของรัฐได้ ถ้าเจ้าหน้าที่ได้กระทำการนั้นไปด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ”
“ กฎหมายแพ่ง มาตรา 420 ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น ”
ตำรวจคนนั้น ต้องปล่อยตัวคุณแม๊กซ์ อัจฉริยะ เป็นอิสระ ตำรวจคนนั้น ต้องออกมาขอโทษ หรือชดใช้ความเสียหายให้กับคุณแม๊กซ์ อัจฉริยะ ในฐานะผู้ถูกละเมิดด้วย

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

การค้นบ้านต้องมีหมายศาล

ประเด็นที่ 1 ค้นบ้านโดยไม่มีหมายศาล ตำรวจหรือชุดสืบมีความผิด “ อาญา มาตรา 364 ข้อหาบุกรุกเคหสถาน ” อีกอย่าง
“ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 33 บุคคลย่อมมีเสรีภาพในเคหสถาน การเข้าไปในเคหสถานโดยปราศจากความยินยอมของผู้ครอบครอง หรือการค้นเคหสถาน หรือที่รโหฐาน จะกระทำมิได้ เว้นแต่มีคำสั่ง หรือหมายของศาล หรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ ”
ประเด็นที่ 2 เมื่อเราไม่ได้ไปทำอะไรผิด ตำรวจก็ทำอะไรเราไม่ได้ ตำรวจจับตัวลูกชายของคุณศรินทิพย์ ปึงอนะวัฒน์ ไป ทั้งๆที่ลูกชายของคุณศรินทิพย์ไม่ได้ไปทำอะไรผิด ตำรวจหรือชุดสืบมีความผิด “ อาญา มาตรา 311 ข้อหากระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถูกหน่วงเหนี่ยว ถูกกักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ” , อีกอย่าง “ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 28 ” ก็ชัดเจน ว่า “ บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย การจับและการคุมขังบุคคล จะกระทำมิได้ เว้นแต่มีคำสั่ง หรือหมายของศาล หรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ ”
ประเด็นที่ 3 คนที่ไม่ใช่ตำรวจ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ มีความผิด “ อาญา มาตรา 145 ข้อหาแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน โดยมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น ”
ประเด็นที่ 4 บังคับให้คุณศรินทิพย์จ่ายเงิน แล้วจะปล่อยตัวลูกชายออกมา ตำรวจและชุดสืบมีความผิด “ อาญา มาตรา 309 ข้อหาข่มขืนใจผู้อื่น ให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด จำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะได้รับอันตราย ” , “ อาญา มาตรา 148 ข้อหาเจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ ” , “ อาญา มาตรา 149 ข้อหาเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ ” , ถ้าเรียกรับผลประโยชน์ด้วย ข่มขู่ด้วย “ อาญา มาตรา 392 ข้อหาข่มขู่ ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว โดยขู่เข็ญ ” , “ อาญา มาตรา 337 ข้อหากรรโชกทรัพย์ ” , “ อาญา มาตรา 338 ข้อหารีดเอาทรัพย์ ” , ผิด “ กฎหมายแพ่ง มาตรา 406 ข้อหาลาภมิควรได้ ” , ผิด “ พรบ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 79 (1) ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ ” แค่ “ มิควรได้ ” ไม่จำเป็นต้องทุจริต ก็เป็นความผิดวินัยร้ายแรงแล้ว
เป็นข้าราชการ ถ้ารับทรัพย์สินเงินทองเกินกว่า 3,000 บาท ต้องชี้แจงต่อ ปปช. เงิน 65,000 บาท ที่ตำรวจหรือชุดสืบเรียกจากคุณศรินทิพย์ไป นั้น มันคือค่าอะไร ? ทั้งตำรวจหรือชุดสืบคนนั้น ระวังจะติดคุกเอานะครับ
ประเด็นที่ 5 คุณเสวก และกองปราบฯ อ้างว่า “ คดีไม่เข้าหลักเกณฑ์ ” แค่คุณเสวก และกองปราบฯ พูดออกมา คุณเสวก และกองปราบฯ ก็ผิดแล้ว “ อาญา มาตรา 157 ข้อหาละเว้น หรือข้อหาเลือกปฏิบัติ ” , “ อาญา มาตรา 200 ข้อหาเจ้าพนักงานกระทำการในตำแหน่งโดยมิชอบ หรือข้อหาเจ้าพนักงาน กระทำการ หรือไม่กระทำการอย่างใดๆ เพื่อจะช่วยบุคคลหนึ่งบุคคลใด มิให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลง ”
ประเด็นที่ 6 ในส่วนของคุณศรินทิพย์ และลูกชาย ไปดู
“ พรบ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 6 ถ้าการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ มิใช่การกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดในการนั้นเป็นการเฉพาะตัว ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง แต่จะฟ้องหน่วยงานของรัฐไม่ได้ ”
“ พรบ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 8 ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายเพื่อการละเมิดของเจ้าหน้าที่ ให้หน่วยงานของรัฐมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวแก่หน่วยงานของรัฐได้ ถ้าเจ้าหน้าที่ได้กระทำการนั้นไปด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ”
“ กฎหมายแพ่ง มาตรา 420 ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น ”
ประเด็นที่ 7 ถ้าลูกชายของคุณศรินทิพย์ อายุยังไม่เกิน 20 ปี ตำรวจหรือชุดสืบมีความผิด
“ พรบ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ “ ทารุณกรรม ” การกระทำ หรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดๆ จนเป็นเหตุให้เด็กเสื่อมเสียเสรีภาพ หรือเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ การกระทำผิดทางเพศต่อเด็ก การใช้เด็กให้กระทำหรือประพฤติในลักษณะที่น่าจะเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ หรือขัดต่อกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดี ทั้งนี้ ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ”
“ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 27 ” ก็ชัดเจน ว่า “ การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกาย หรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือเหตุอื่นใด จะกระทำมิได้ ”
“ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 71 ” ก็ชัดเจน ว่า “ รัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาส ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และคุ้มครองป้องกันมิให้บุคคลดังกล่าวถูกใช้ความรุนแรง หรือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม รวมตลอดทั้งให้การบำบัด ฟื้นฟู และเยียวยาผู้ถูกกระทำการดังกล่าว ”