ถาดน้ำหวาน สำหรับเลี้ยง ชันโรง
ไม้ทับกล้วย14-18-28
กล่องเลี้ยงชันโรง เหมาะกับพันธ์ตัวเล็ก
กระต่ายขูดมะพร้าวแบบนั่ง
กล่องเลี้ยงชันโรงแยกน้ำหวานแบบ 2 ชั้น ขนาดA4
ฟีโรโมน ล่อชันโรง สูตรเข้มข้น
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรง รวมกับขี้ชัน
หน่อกล้วยน้ำว้า ซูปเปอร์ยักษ์
ชุดล่อผึ้งโพรง ฟีโรโมนแบบสกัด+ครีมล่อผึ้ง+ไขล่อผึ้ง
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรงสูตรเข้มข้น
ฟีโรโมน ล่อชันโรง (เกรดพรีเมี่ยม)
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรง
ชิงช้าไม้จากไม้บ้านเก่าอายุ 50 ปี
กล่องเลี้ยงชันโรงแบบ2ชั้น
ฟีโรโมนล่อผึ้งโพรงสูตรหมัก+ไขล่อผึ้งโพรง
สโม๊กเกอร์พ่นควัน
ฟีโรโมนล่อผึ้งโพรง 20 ซีซี+ไขล่อผึ้งโพรงแท้ 1 ก้อน
ไขล่อผึ้งโพรง สูตรเข้มข้น
กล่องเลี้ยงชันโรง แบบ 3 ชั้น
Debug Card (2หลัก) ดีบักการ์ด
พระสมเด็จวัดระฆัง งานพิมพ์มือ แจกงานบุญ
กล่องเลี้ยงผึ้ง
กล่องชันโรง “สวนราชินี” รุ่น A4 -3 ชั้น
กล่องเลี้ยงชันโรง ขนาด เอ4 สูง 4 นิ้ว

หน้าเว็บ

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

ชิงช้าไม้เนื้อแข็ง
กล่องเลี้ยงชันโรง แบบ 2 ชั้น ขนาด A4
ฟีโรโมนล่อชันโรง
กระต่ายขูดมะพร้าวหนาพิเศษ
ม้านั่งไม้เนื้แแข็ง
ถาดน้ำหวานสำหรับชันโรง
สมุนไพรแพะหงี่แห้ง
หน่อกล้วยตานี
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรง
กล่องเลี้ยงชันโรง
กล่องเลี้ยงผึ้งโพรง
หน่อกล้วยพระราชทาน
กาพ่นควันผึ้ง สโมคเกอร์
Inverter testerSP8030- SM852B
ไขผึ้งสำหรับผึ้งโพรงไทย
ไม้ทับกล้วยปิ้ง14-16
ขี้ชันแท้ 100% สำหรับล่อชันโรง
ฟีโรโมน ฉีดกล่องเลี้ยงชันโรง
ฟีโรโมนล่อผึ้งโพรง
ชุดฟีโรโมนและไขล่อผึ้งโพรงไทย
กล่องเลี้ยงชันโรง ขนาด 5 ชั้น แยกรัง
ขาตั้งกล่องเลี้ยงผึ้ง
ขาตั้งกล่องชันโรงไม่มีกล่อง
กล่องเลี้ยงชันโรง 2ชั้น

วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

บัตรปปสไม่ใช่กุญแจที่จะไขเข้าบ้านใครก็ได้

 ‎สมชาย ไพศาลสัมฤทธิ์‎ ถึง นักรบด่านเถื่อน
30 กันยายน 2018
#บัตรปปสไม่ใช่กุญแจที่จะไขเข้าบ้านใครก็ได้


วันนี้เห็นมีหนังสือชี้แจงจากสำนักงาน ปปส กระทรวงยุติธรรมดังประกาศตามรูปดั่งกล่าวครับ

การตรวจค้นจับกุมผู้ค้ายาเสพติดนั้น เจ้าหน้าที่ที่ถือ บัตร ปปส นั้น อาศัยอำนาจตาม พรบ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด มาตรา 14 อนุ(1)-(7)

จะขอยกมาทำความเข้าใจในเรื่องการตรวจค้นเคหะสถาน ตามอนุ(1) เท่านั้นนะครับเพราะเดวยาวไป

(๑) เข้าไปในเคหสถาน หรือสถานที่ใด ๆ เพื่อตรวจค้นเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยตามสมควรว่ามีบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหลบซ่อนอยู่ หรือมีทรัพย์สินซึ่งมีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยการกระทำความผิด หรือได้ใช้หรือจะใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือซึ่งอาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ ประกอบกับมีเหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ บุคคลนั้นจะหลบหนีไป หรือทรัพย์สินนั้นจะถูกโยกย้าย ซุกซ่อน ทำลาย หรือทำให้เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม

การเข้าไปในเคหะสถานตาม ม 14(1)นั้นก็ยังต้องอาศัยหลักตาม ปวิอ ม 57 คือ

มาตรา ๕๗ "ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติในมาตรา ๗๘ มาตรา ๗๙ มาตรา๘๐ มาตรา ๙๒ และมาตรา ๙๔ แห่งประมวลกฎหมายนี้ จะจับ ขัง จำคุก หรือค้นในที่รโหฐานหาตัวคนหรือสิ่งของต้องมีคำสั่งหรือหมายของศาลสำหรับการนั้น"

กรณีการค้นเพื่อจับกุมบุคคลที่ต้องหาว่าค้ายาเสพติดในเคหสถานนั้นแม้ว่ามีบัตรเจ้าหน้าที่ ปปส ก็ตามก็ต้องปฎิบัติตาม ปวิอ ม 57 คือจะต้องมีคำสั่งหรือหมายของศาลก่อนเข้าทำการตรวจค้นจับกุมเสมอ

โดยมีข้อยกเว้นเอาไว้ในตอนท้ายของ ม 14(1) เอาไว้ว่า

"มีเหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ บุคคลนั้นจะหลบหนีไป หรือทรัพย์สินนั้นจะถูกโยกย้าย ซุกซ่อน ทำลาย หรือทำให้เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม"

เหตุยกเว้นดังกล่าวนั้นก็ต้องมีอยู่จริงและสามารถชี้แจงต่อคณะกรรมการ ปปส และศาลได้

สรุป บัตรเจ้าหน้าที่ ปปส ไม่ใช่กุญแจที่จะไขประตูบ้านใครเข้าไปได้ง่ายๆ หรือตามอำเภอใจ ครับ

ลิขสิทธ์โดเรม่อน_สภโคกขาม_ตอนที่1

 #ประสบการณ์การถูกจับลิขสิทธ์โดเรม่อน_สภโคกขาม_ตอนที่1
5ปีที่ผมและภรรยาต่อสู้คดีลิขสิทธิ์ สภ.โคกขาม จนชนะคดีที่ศาล ตลอดจนแจ้งความดำเนินคดีกลับผู้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ทั้งหมด คุณรู้ไหมว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง ถ้าคุณไม่มีเงิน ไม่มีความรู้พอ และไม่มีใจเด็ดเดี่ยวที่จะกล้าสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐตำรวจพวกนี้นะ ทางเดียวที่คุณจะได้รับคือคุกตาราง ผมอยากเล่าเรื่องนี้ไว้ให้เป็นเกราะป้องกัน เผื่อใครเจอแบบผมจะได้รู้ทันและแก้ไขได้ เริ่มจากเราถูกจับกุมเลยล่ะกัน การจับลิขสิทธิ์ของแก๊งพวกนี้เขาจะใช้วิธีการไปลงบันทึกประจำวันไว้กับสถานีตำรวจท้องที่ที่เขาจะเข้าไปจับกุม เช่น เคสของผม บุคคลที่อ้างเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์เขาก็ไปลงบันทึกประจำวันไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.โคกขาม โดยมีท่าน พ.ต.ท.ทวีป เงินดี รอง ผกก.สอบสวน ปฎิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนรับแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้ จากนั้นแก๊งลิขสิทธิ์ก็จะนำใบแจ้งความใบนี้ล่ะออกไปไล่หาเหยื่อเข้ามาที่โรงพักโคกขาม โดยจะมีชายฉกรรจ์ (ไม่ได้เป็นตำรวจ) ออกไปร่วมด้วยหลายคน หนึ่งในนั้นจะมีตำรวจจริงอยู่หนึ่งคน ซึ่งในเคสของผมคือ ดต.เอกทพล ดอนระไพร (ปัจจุบันยศ ร.ต.ท.) สังกัดของท่านในขณะนั้นคือ ตำรวจสอบสวนกลางฝ่ายอำนวยการ2 บช.ก. เป็นเจ้าหน้าที่ที่แสดงตนว่าเป็นตำรวจจับภรรยาผม แต่ไม่ให้ดูบัตรนะแค่บอกว่าเขาคือตำรวจแค่นั้น การจับกุมของพวกเขาคือเข้ามาที่แผงตุ๊กตาภายในตลาดของผม ระหว่างเข้ามาแล้วจับใครผมไม่ขอแจ้งในตรงนี้เพราะมีผลกับรูปคดีที่ดำเนินการอยู่ แล้วภรรยาผมซึ่งเป็นเจ้าของตลาดถูกจับได้ไง คือ เขาให้คนไปปลุกภรรยาผมซึ่งนอนหลับอยู่ที่คาร์แคร์และห่างจากแผงตุ๊กตาโดยสิ้นเชิงออกมาที่แผงร้านค้าหน้าตลาด แล้วให้บุคคลที่อ้างเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์โดเรม่อน คือ นายชาตรี จงจันทา (ในขณะนั้นมีตำแหน่งเป็นสมาชิก อบต.วังตะเคียน จ.ปราจีนบุรี) ชี้ให้ ดต.เอกทพล จับกุมภรรยาผมพร้อมถ่ายรูป โดยกล่าวหาว่าขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ของเขา โดยไม่แสดงเอกสารอะไรให้รับรู้เลย ดต.เอกทพล ก็จะควบคุมตัวไปโรงพัก ผมอยู่ในเหตุการณ์ด้วยตลอดไม่ยอมให้ควบคุมตัวไป แต่ผมแจ้งกับเขาว่าผมจะเป็นคนพาภรรยาผมไปที่ สภ.โคกขาม เอง ดต.เอกทพล ไม่ยอมขอควบคุมตัวภรรยาของผมไปบนรถของผมด้วย เมื่อไปถึง สภ.โคกขาม ก็พบกับ พ.ต.ท. ทวีป เงินดี ซึ่งรับตั๋วทำคดีนี้ ท่านปล่อยให้ นายชาตรี และ ดต.เอกทพล มาเรียกค่าเสียหายกับผมเป็นจำนวนเงิน 1แสนบาท เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนไม่ดำเนินคดีและยอมความกัน ผมปฏิเสธไม่รับข้อเสนอ พวกเขาก็ลดราคาลงให้เรื่อยๆ 5 หมื่น 3 หมื่น จนถึง 1หมื่น5พัน บาท ผมก็ไม่รับข้อเสนอ พวกเขาก็ดึงเกมส์ต่อรองราคาแบบนี้ลากเวลาไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นก็มีรายอื่นๆที่ถูกจับมา ยอมจ่ายเงินกันหลายราย ดูจากบันทึกประจำวันในวันนั้นได้ใครยอมเสียเงินให้เขาจะลงบันทึกประจำวันการยอมความไว้ว่าชดใช่ค่าเสียหายเท่าไหร่ ทุกรายที่ถูกจับเข้ามายอมเสียเงินหมด ยกเว้นภรรยาผม ผมไม่ยอมเสียทั้งๆที่มีคนพร้อมเสียให้ผม ท่าน พ.ต.ท.ทวีป ไม่พอใจเป็นอย่างมาก สั่งสิบเวรนำตัวภรรยาผมไปพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อจับกุม บันทึกจับกุมยังไม่เอามาแสดงเลยว่าข้อกล่าวหาอะไร บันทึกประจำวันยังไม่ลงเลยว่าผิดอะไรอย่างไร ไล่ไปพิมพ์ลายนิ้วมือเลยและสั่งควบคุมตัวทันที ผมทำเรื่องประกันตัว ท่านเรียกเงินประกันตัว 1แสน5หมื่นบาท ผมทำเรื่องขอประกันตัวพอเอาจริงๆวางเงินประกันแค่ 1 แสนบาท ผมบอกเลยว่าวิธีการแบบนี้ตั้งแต่เริ่มมันผิดทั้งหมด มันไม่ชอบด้วยกฎหมาย การที่มีคนมาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ท่าน พ.ต.ท. ทวีป ท่านต้องรับถูกต้องแต่ท่านต้องสืบสวนสอบสวนก่อนว่าการแจ้งความกล่าวหานั้นมีหลักฐานและมีมูลจริงไหมเมื่อมั่นใจท่านจึงนำหลักฐานไปขอหมายศาลเพื่อสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายไปตรวจค้นจับกุมมา ไม่ใช่ให้แก๊งพวกนี้มาลงบันทึกประจำวันไว้ และปล่อยแก๊งพวกนี้ออกไปวิ่งไล่จับต้อนมาโรงพักโดยมีตำรวจจากที่ไหนก็ไม่รู้ออกไปจับมาซึ่งเขาไม่มีอำนาจหน้าที่เลย ถ้าเป็นเหตุซึ่งหน้าท่านต้องให้ตำรวจ สภ.โคกขาม ออกไปจับอันนี้ผมจะไม่เถียง แบบนี้ท่านมีสิทธิ์ทำได้ แต่นี่ท่านปล่อยตำรวจ (นักบิน) จากสอบสวนกลางไปไล่จับเขามีคำสั่งให้ปฏบัติหน้าที่ช่วยราชการ สภ.โคกขาม ทำงานแบบนี้หรือเปล่าก็ไม่มี แอบทำกันเองทั้งนั้น สรุปพอผมไม่ยอมจ่าย เขาก็ดึงเกมส์อยู่ใน สภ.โคกขาม ยันมืด พิมพ์ลายนิ้วมือแล้ว จ่ายเงินประกันตัวแล้ว รับใบเสร็จเงินประกันตัวแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำบันทึกจับกุม ยังไม่ลงบันทึกประจำวัน ผมก็ไม่สนใจ จน ดต.เอกทพล มาสกิดผมพี่ขอคุยด้วยหน่อย ผมบอกผมไม่คุยมือภรรยาผมเปื้อนหมึกพิมพ์ล่ะ เงินผมออกจากกระเป๋าไปอยู่ในเสื้อท่าน พ.ต.ท.ทวีป ล่ะ ผมไม่คุย รีบๆดำเนินคดีผมจะพาภรรยาผมกลับบ้าน แก๊งพวกนี้มันรู้ล่ะว่าผมไม่ยอมแน่ ในระหว่างนั้นก็มีนายตำรวจที่รักใคร่กับผมโทรคุยกับท่าน พ.ต.ท.ทวีป ว่าขอเห่อะเสือมันน้องผม ท่าน พ.ต.ท.ทวีป เขาไม่ยอมเลยครับเขาบอกเขาไม่สนใจ ผมก็ไม่สนใจท่าน ทวีป เหมือนกันผมบอกท่านให้รีบทำคดีเร็วๆ จับมาบ่ายโมงนี่จะสามทุ่มแล้ว ผมจะพาภรรยาผมกลับบ้านไปสู้กันที่ศาลโน่น ท่านทวีปไม่พอใจสั่งทำบันทึกจับกุม และ ลงบันทึกประจำวันทันที่ แค่นี้ท่านก็ผิดขั้นตอนอย่างหนักล่ะครับ ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ การจับผู้ต้องหามาที่โรงพัก อันดับแรกต้องเขียนบันทึกจับกุมใครร่วมจับบ้าง ข้อกล่าวหาอะไร ผู้ต้องหายอมรับข้อกล่าวหาไหม และแจ้งสิทธิ์เบื้องต้นให้ผู้ต้องหาทราบ ควบคุมตัวเข้าห้องขัง ลงบันทึกประจำวัน ถ้าญาติต้องการประกันตัว และตำรวจอนุญาติ ถึงจะนำตัวมาพิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัติ วางเงินประกันแล้วปล่อยตัวไป นี่ท่าน พ.ต.ท.ทวีป เงินดี ท่านเป็นถึง รองผู้กำกับสอบสวน สภ.โคกขาม ท่านยังมั่วขนาดนี้ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบอย่างสิ้นเชิง ผมรับไม่ได้กับพฤติกรรมของตำรวจเยี่ยงนี้ ที่ผมกล้าพูดกล้าโพสเพราะผมมีหลักฐานว่าเรื่องที่กล่าวมาเป็นจริงทุกประการ
#ลิขสิทธิ์โดเรม่อน_สภโคกขาม Ep1. เอาไว้แค่นี้ก่อนโปรติดตามภาค2 ต่อไปครับ เป็นเหตุการณ์ที่ต่อสู้คดีที่อัยการ และศาล ทำไมถึงชนะคดีมาได้ โปรดติดตามภาค2
อ่านเถอะครับมีประโยชน์ไว้ป้องกันตัวเองได้ครับ

วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

การเข้าจับกุมนั้นต้องมีเหตุให้เข้าตรวจค้นตัวได้ตามกฏหมายอาญา

 อานนท์ เชื้อสัตตบงกชติดตาม
20 พฤศจิกายน เวลา 10:05 น.
#หลายครั้งที่เราเผชิญหน้ากับตำรวจที่ด่านตรวจ แล้วถูกบังคับค้นตัว,ค้นรถ เมื่อโวยวายจะถูกตั้งข้อหาว่าดูหมิ่น และจับตัวเราไปโรงพัก เมื่อเราดิ้นรนไม่ไปก็จะหาว่าต่อสู้ขัดขวาง แถมพอถามชื่อเราไม่ตอบก็ยังหาว่าขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ต้องเจออย่างเคสนี้ ศาลฎีกาฟันธงยกฟ้องตำรวจทุกข้อหา!! อยากให้พวกเราดูไว้เป็นตัวอย่าง ถ้าตำรวจเขาทำไม่ถูกมาแต่แรก เราก็มีสิทธิต่อสู้ป้องกันตัวเองได้ทุกกรณี และไม่มีความผิดทุกข้อหาครับ!!!
#คำพิพากษาฎีกาที่ 8722/2555
1. อัยการโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2550 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ
1.1 ตามวันเวลาดังกล่าวขณะที่ดาบตำรวจ ส. สิบตำรวจโท ก. และสิบตำรวจตรี พ. เจ้าพนักงานตำรวจ สภ.อ. เมือง อ. ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีหน้าที่ตรวจค้น ปราบปรามและจับกุมผู้กระทำผิด ได้เข้าตรวจค้นจำเลยโดยมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีสิ่งของผิดกฎหมายไว้ในครอบครองอันเป็นการกระทำตามหน้าที่ จำเลยได้พูดจาดูหมิ่นเจ้าพนักงานตำรวจว่า “คุณไม่มีสิทธิทำการตรวจค้น คุณไม่ใช่นายตำรวจ คุณเป็นแค่ตำรวจชั้นประทวน” และขณะที่สิบตำรวจโท ก. และสิบตำรวจตรี พ. คืนกระเป๋าสตางค์ของจำเลยที่ตรวจค้นแล้วให้จำเลย จำเลยพูดดูหมิ่นเจ้าพนักงานตำรวจทั้งสองว่า “ตำรวจทำท่ามีพิรุธเหมือนจะยัดสิ่งของผิดกฎหมายให้ผม” ต่อมาขณะดาบตำรวจ ส. นำรถยนต์สายตรวจมารับจำเลย จำเลยพูดดูหมิ่นดาบตำรวจ ส.กับพวกว่า “พวกมึงเป็นตำรวจรังแกประชาชน จะยัดสิ่งของผิดกฎหมายให้กู กูจะไม่ให้มึงอยู่อ่างทอง” ดาบตำรวจ ส.กับพวกจึงแจ้งข้อหาแก่จำเลยว่าดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่
1.2 ขณะที่ดาบตำรวจ ส. กับพวก เข้าทำการตรวจค้นและจับกุมจำเลยอันเป็นการปฏิบัติการตามหน้าที่ จำเลยต่อสู้ขัดขวางโดยใช้กำลังประทุษร้ายด้วยการผลักหน้าอก ดาบตำรวจ ส. กับสิบตำรวจโท ก. ในขณะเดียวกันจำเลยใช้กำลังต่อสู้ขัดขวางขณะตำรวจจะนำตัวขึ้นรถยนต์สายตรวจโดยใช้เท้าถีบกระบะท้ายรถเพื่อขัดขวางไม่ยอมขึ้นรถและเพื่อมิให้ถูกจับกุม
1.3 ต่อมาจำเลยไม่ยอมบอกชื่อ ชื่อสกุลและที่อยู่แก่ดาบตำรวจ ส สิบตำรวจโท ก. และสิบตำรวจตรี พ. เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจดังกล่าวถามชื่อจำเลยเพื่อแจ้งข้อหาและทำบันทึกการจับกุมอันเป็นการถามชื่อเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
1.4 อัยการโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา91, 136, 138 วรรคสอง, 367
2. จำเลยให้การปฏิเสธเมื่อสืบพยานโจทก์ และจำเลยเสร็จแล้ว ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งทำการตามหน้าที่ตาม ป.อ. มาตรา 136 ให้จำคุก 2 เดือนและปรับ 2,๐๐๐ บาท ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้ายตาม ป.อ. มาตรา 138 วรรคสอง จำคุก 2 เดือนและปรับ 3,๐๐๐ บาท ฐานไม่ยอมบอกชื่อหรือที่อยู่แก่เจ้าพนักงานซึ่งถามเพื่อปฏิบัติการตามกฎหมาย ปรับ 1๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอไว้
3. จำเลยยื่นอุทธรณ์ ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
4. อัยการโจทก์ยื่นฎีกา ประเด็นขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกามีดังต่อไปนี้
การที่สิบตำรวจโท ก. และสิบตำรวจตรี พ. ค้นตัวจำเลยเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า สิบตำรวจโท ก. และสิบตำรวจตรี พ. ค้นตัวจำเลยในที่สาธารณสถานซึ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 93 บัญญัติว่า “ห้ามมิให้ทำการค้นบุคคลใดในที่สาธารณสถาน เว้นแต่ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้ค้นในเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่า บุคคลนั้นมีสิ่งของในความครอบครองเพื่อจะใช้ในการกระทำความผิดหรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิด หรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด” แสดงว่า พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะทำการค้นบุคคลใดในที่สาธารณสถานไม่ได้ เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นของกฎหมายดังกล่าว คดีนี้ ได้ความจากคำเบิกความของสิบตำรวจโท ก. และสิบตำรวจตรี พ. ว่า บริเวณหลังซอยโรงถ่านมีเหตุอาชญากรรมประเภทความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ และความผิดเกี่ยวกับทรัพย์เป็นประจำ วันเกิดเหตุเข้าไปตรวจหลังซอยโรงถ่านแล้วไม่พบความผิดปกติ จึงได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากซอยดังกล่าวทางด้านท้ายซอย เมื่อมาถึงถนนซึ่งมีสนามเด็กเล่นและห้องน้ำเก่าตั้งอยู่ พบจำเลยนั่งโทรศัพท์อยู่ริมถนนจึงเข้าทำการตรวจค้น ซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุการตรวจค้นอยู่บนถนนสุทธาวาส ไม่ได้อยู่หลังซอยโรงถ่านตามที่สิบตำรวจโทกรุงและสิบตำรวจตรีไพรัชอ้างว่ามีอาชญากรรมเกิดขึ้นประจำแต่อย่างใดและทางพิจารณาก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีท่าทางพิรุธ นอกจากนั่งโทรศัพท์อยู่ริมถนนสุทธาวาสเท่านั้น
ศาลฎีกาพิจารณาต่อไปว่า เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าบริเวณที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสุทธาวาสไม่ใช่หลังซอยโรงถ่านและจำเลยไม่มีท่าทางเป็นพิรุธ คงเพียงแต่นั่งโทรศัพท์อยู่เท่านั้น การที่สิบตำรวจโท ก.และสิบตำรวจตรี พ. อ้างว่า เกิดความสงสัยในตัวจำเลยจึงขอตรวจค้น โดยไม่มีเหตุผลสนับสนุนว่าเพราะเหตุใดจึงเกิดความสงสัยในตัวจำเลยจึงเป็นข้อสงสัยที่อยู่บนพื้นฐานของความรู้สึกเพียงอย่างเดียว ถือไม่ได้ว่ามีเหตุอันควรสงสัยตามกฎหมายดังกล่าวที่จะทำการตรวจค้นได้ การตรวจค้นตัวจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยซึ่งถูกกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงมีสิทธิโต้แย้งและตอบโต้เพื่อป้องกันสิทธิของตนตลอดจนเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งใดๆ อันสืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบดังกล่าวได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง
หมายเหตุ
1. หลักตาม ป.อ. ที่ได้กระทำลงแล้วไม่เป็นความผิดนั้น มี 2 หลัก คือ หลักป้องกันตาม ป.อ.มาตรา 68 และหลักความยินยอม สำหรับคำพิพากษาฎีกา 8722/2555 นี้ จึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่การกระทำของจำเลยตามพฤติการณ์แห่งคดีนี้ไม่เป็นความผิดตามกฎหมายอาญา
2. ผลของการค้นโดยมิชอบ เกิดผลทางกฎหมายดังนี้
2.1 ผู้จะถูกค้นจะต่อสู้ขัดขวางการค้น ไม่มีความผิดฐานต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานตาม ป.อ. มาตรา 138
2.2 ผู้จะถูกค้นกระทำการโต้ตอบต่อผู้ค้นอ้างป้องกันได้ (ตามฎีกา 1053/2536)
2.3 เจ้าพนักงานผู้ค้นมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 157
2.4 ผู้ถูกค้นมีสิทธิฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้รับผิดในผลแห่งละเมิดตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
2.5 ตามข้อเท็จจริงตามฎีกานี้ เจ้าพนักงานตำรวจผู้ค้นและจับกุมมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 310 ฐานหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังด้วย
ข้อควรระวัง การเข้าจับกุมนั้นต้องมีเหตุให้เข้าตรวจค้นตัวได้ตามกฏหมายอาญา/.

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

การถ่ายรูปหรือถ่ายคลิปในขณะเจ้าพนักงานตำรวจปฏิบัติหน้าที่

 ‎Chotchai Maku‎ ถึง ข่าวสารนครปฐม
22 ชม.
#การถ่ายรูปหรือถ่ายคลิปในขณะเจ้าพนักงานตำรวจปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากมีคลิปข่าวที่สิบล้อโดนตรวจแล้วเจ้าหน้าที่ยัดยา #ดีนะที่มีกล้องและเป็นพยานหลักบานชั้นที่ดีมาก แต่บ่อยครั้งที่ประชาชนถ่ายคลิปตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่เเละตำรวจไม่ให้ถ่าย

#ผมตอบเลยถ่ายได้ครับไม่ผิด ทีละประเด็นได้ ดังนี้

1.ผิดกฎหมาย แต่ไม่รู้กฎหมายอะไรของมันผมเรียนกฎหมายมา ทั้งตรีนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ทั้งโทนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ทั้งเนติบัณฑิตไทยฯ ครูบาอาจารย์ท่านยังไม่เคยสอนกฎหมายห้ามถ่ายรูปตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่แล้วผิดกฎหมาย กลับกันเมื่อคุณปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องจะกลัวอะไร เขาตรวจสอบคุณก็ดีแล้ว และยืนยันเลยว่าเขามีสิทธิถ่ายได้เพื่อใช้ในการยืนยันความริสุทธิของเขา และป้องการการกระทำที่ไม่ชอบต่างๆได้ เพราะเขามีส่วนได้เสียในสิ่งที่เจ้าหน้าที่กระทำ และที่สำคัญ ป.อาญา มาตรา 2 บุคคลจักต้อง “รับโทษในทางอาญา” ต่อเมื่อได้กระทำการ อันกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำนั้น บัญญัติเป็นความผิด และกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้น ต้องเป็นโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย ตกลงใครเป็นเจ้าหน้าที่พอรู้ว่ากฎหมายอะไรบอกผมที ผมโง่

2.กำลังปฏิบัติหน้าที่ไม่มีสิทธิถ่าย กำลังปฏิบัติหน้าที่ซิครับต้องถ่ายได้ เพราะมีส่วนได้เสียโดยตรงเพื่อมีไรขึ้นมาจะได้ใช้เป็นพยานหลักฐานได้ต่อสู้คดีได้ และไม่เป็นการขัดขวางหรือต่อสู้เจ้าพนักงานแน่นอน เพราะเขาแค่ถ่ายคลิปไม่ได้ขัดขวางอะไร หรือใช้กำลังอะไร ที่เห็นตำรวจนั่นแหละขัดขวางประชาชนไม่ให้ถ่ายและใช้กำลังดึงโทรศัพท์

3.ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล คือถ้าคุณมึงนอนอยู่บ้านกำลังกกเมีย หรือดูหนังโป๊อยู่ แบบนี้ไม่เถียงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลแน่ แต่ขณะที่เขาถ่ายคุณปฏิบัติหน้าที่ราชการ จึงไม่ใช่เรื่องส่วนตัวที่จะละเมิดได้

4.มีความผิดตาม พรบ.คอมฯ อันนี้โคตรมั่วเขาแค่ถ่ายคลิปยังไม่มีการเผยแพร่เลย การกระทำผิด พรบ.คอมฯ ต้องมีการนำเข้าระบบคอมฯ+ข้อความอันเป็นเท็จด้วย แต่ที่ถ่ายคลิปความจริงหมดเป็นเท็จตรงไหนและถ้าการที่เอาความผิดที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องผิดกฎหมาย มาให้สังคมรับรู้ แบบนี้ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทแน่นอน ตาม ป.อาญา มาตรา 329 ผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต (1)เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ฯลฯ ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

#ที่สำคัญที่สุดถ้าคุณปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตกลัวทำไม กฎหมายก็คุ้มครองพวกคุณอยู่แล้ว

#ปรึกษากฎหมายโทร0897661300 #คดีไม่มีข้อพิพาทมีทนายฟรีนะครับเเต่เฉพาะที่สมุทรสาครนะเพราะใช้ทนายของสำนักงานอัยการสมุทรสาคร #ในฐานะที่ผมเป็นเลขธิการศุนย์คุ้มครองสิทธฯ ร่วมมือกับสำนักอัยการ ศคช.สมุทรสาครครับ #สงวนลิขสิทธิ์

ขับรถไปเจอตำรวจ​ขอตรวจค้น...!!!

 ขับรถไปเจอตำรวจ​ขอตรวจค้น...!!!
1.อย่าทิ้งให้ตำรวจอยู่ในรถคนเดียว
2.ให้ใช้มือถือบันทึกไว้ตลอด
3.จะขอตรวจปัสสาวะให้ค้นรถเสร็จก่อน
4.ตอนถ่ายปัสสาวะให้เขียนข้างขวดไว้​เพื่อไม่ให้สลับใช้ขวดที่ปนเปื้อนมาตรวจแทนของเรา
5.ถ้าตำรวจอ้างภายหลังว่าพบยาเสพติดใน​รถอย่าหยิบจับ
6.ก่อนจะเซ็นต์เอกสาร​ ให้ขอทนาย
7.อย่ารับหรือจ่ายเงินใดๆเพื่อแลกข้อหา
8.ถ้าถูกปรักปรำให้นำบันทึกพร้อมหลักฐานนั้นแจ้งความกลับ
9.แจ้งปปท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ให้สอบสวน
10.ติดกล้องมองภายในอีกตัวนึง

อย่าให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อด้วยยาเสพติด.... มันเลวร้ายเกินไป....... ผมเห็นและทำข่าวช่วยมาหลายคดี​เขาทุกข์ทรมานกันทุกครอบครัว​ รับไม่ได้กับพฤติกรรมแบบนี้

# จตุรงค์ สุขเอียด

วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ไปตรวจฉี่ในป่าในเขา

 ไปตรวจฉี่ในป่าในเขา
ประเด็นที่ 1 ด่านตรวจฉี่ ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่มีบัตร ปปส. หรือไม่ ? ที่ด่านมีสมุด ปส.1 ถึง ปส.3 หรือไม่ ? ถ้าไม่มี ตำรวจระวังมีความผิด “ พรบ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 171 ข้อหาไม่มีอำนาจ แต่แอบอ้างว่ามีอำนาจ ”
ประเด็นที่ 2 ในส่วนของคนไม่เคยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เมื่อตรวจแล้ว “ ไม่เจอสารเสพติด ” ตำรวจต้องปล่อยตัวเขาไปทันที
ประเด็นที่ 3 ด่านตรวจฉี่ มีการแสวงหาผลประโยชน์จากการตรวจฉี่หรือไม่ ? ถ้ามีการแสวงหาผลประโยชน์ดังกล่าว ตำรวจมีความผิด อาญา มาตรา 148 ข้อหาเจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ , อาญา มาตรา 149 ข้อหาเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ , อาญา มาตรา 337 ข้อหากรรโชกทรัพย์ , อาญา มาตรา 338 ข้อหารีดเอาทรัพย์ , ผิด “ พรบ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 79 (1) ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ ” แค่ “ มิควรได้ ” ไม่จำเป็นต้องทุจริต ก็เป็นความผิดวินัยร้ายแรงแล้ว
ประเด็นที่ 4 ตรวจฉี่โดย มีเหตุอันควรสงสัยว่าเขาเสพยาหรือไม่ ? ถ้าการตรวจฉี่ ตรวจสอบ ตรวจค้น โดย “ ไม่มีเหตุอันควรสงสัย ” เป็นปฏิบัติโดยมิชอบ “ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 28 ” ก็ชัดเจน ว่า “ การค้นตัวบุคคล หรือการกระทำใดอันกระทบกระเทือนต่อสิทธิหรือเสรีภาพในชีวิตหรือร่างกาย จะกระทำมิได้ เว้นแต่มีเหตุตามที่กฎหมายบัญญัติ ”
ประเด็นที่ 5 ถ้าตัวด่าน เป็นด่านไม่ถูกต้อง (ด่านลอย) ตำรวจจะไม่สามารถตั้งข้อหาขัดขวางเจ้าพนักงานได้ ไม่สามารถตั้งข้อหาใดๆกับใครได้ เพราะตัวด่านมันไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก
ประเด็นที่ 6 ตำรวจพยายามยัดข้อหาอื่นๆ ทั้งๆที่เขาไม่ได้ไปทำอะไรผิด ตำรวจมีความผิด อาญา มาตรา 173 ข้อหามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แต่แอบอ้างว่ามีความผิด , ผิด “ พรบ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 79 (3) เหยียดหยาม กดขี่ ข่มเหง หรือทำร้ายประชาชน ผู้ติดต่อราชการ หรือในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ราชการ ”
ประเด็นที่ 7 ตำรวจตรวจฉี่ได้เฉพาะรถบางประเภท เช่น “ รถสาธารณะ ” เท่านั้น ไม่ใช่รถส่วนบุคคล ตำรวจตรวจฉี่ได้เฉพาะโชเฟ่อร์หรือคนขับรถเท่านั้น ตำรวจไม่มีสิทธิ์ตรวจฉี่ผู้โดยสาร
ประเด็นที่ 8 “ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 28 ” ก็ชัดเจน ว่า “ บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย การจับและการคุมขังบุคคล จะกระทำมิได้ เว้นแต่มีคำสั่ง หรือหมายของศาล หรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ ” อยู่ดีๆตำรวจก็ไปจับตัวเขา ทั้งๆที่เขาไม่ได้ไปทำอะไรผิด ตำรวจมีความผิด อาญา มาตรา 311 ข้อหากระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถูกหน่วงเหนี่ยว ถูกกักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกาย
ตำรวจนิสัยดีๆ เราก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562

จงค่อยๆ หล่อหลอมลูกๆ ของคุณให้รู้จักความเป็นพี่ความเป็นน้อง และความเป็นครอบครัวเถิด

❉❉...ผมเคยตีน้องสาวหนึ่งครั้ง ด้วยความรู้สึกว่า เราสาละวนอยู่กับการหุงข้าว ทำกับข้าว หาบน้ำ ล้างจาน เธอจะมีแก่ใจมาช่วยกันสักนิดก็ไม่มี มัวแต่เล่น อีกประเดี๋ยวแม่ก็กลับจากไร่แล้ว แม่หิว ข้าวปลาอาหารหุงเสร็จ ถ้วยชามล้างเสร็จ รอท่าไว้ แม่ก็จะได้กินเลย เธอกลับไม่มีแก่ใจจะห่วงใยและช่วยเหลือเลย จึงเรียกเธอมาต่อว่า เธอเถียงไม่มีเหตุผล ผมจึงคว้าไม้เรียวมาและตีเธอเข้า 1 ที
.....
❉❉...น้ำตาเธอร่วงเป็นเผาเต่า เจ็บที่ถูกตีคงไม่เท่าเจ็บที่หัวใจ เธอร้องไห้ปากงุ้มเป็นครุฑ (เป็นเอกลักษณ์ของเธอ 555) แล้วถามผมว่า ตีเธอได้ไง ผมตอบไปว่า ก็ผมเป็นพี่ ทำไมจะตีไม่ได้ นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมได้สูญเสีย "เพื่อนเล่น" ไป 1 คน เราโตมาด้วยกันอย่างเพื่อนเสมอมา แต่เมื่อผมทวงสิทธิว่า ผมเป็นพี่ของเธอ เธอจึงเลือกที่จะเป็น "น้องสาว" ให้รู้แล้วรู้รอดเสียเลย
.....
❉❉...พี่ชายก็เคยตีผม แต่ไม่เจ็บทั้งกายและใจ เพราะเราแยกไปโตกับยายมาด้วยกัน หลังพ่อเสียชีวิต แล้วแม่คงจะแบกรับลูกๆ ทั้ง 10 คนไว้ตามลำพังไม่ไหว "พี่ต้องดูแลน้อง" ยายบอก และ "น้องต้องเคารพพี่" ยายบอกอีกเช่นกัน
.....
❉❉...พี่ชายของผม รักษาคำมั่นสัญญานั้นเป็นมั่นเหมาะ เขาดูแลการอาบน้ำอาบท่า ซักผ้าซักผ่อน แม้กระทั่งยามเจ็บไข้ได้ป่วย เขาก็เคยนั่งเฝ้าทั้งคืน เหตุเพราะเขาพาผมไปเล่นน้ำทะเลตอนแดดเปรี้ยงๆ แล้วขากลับ เกิดฝนตกหนัก พวกเราตัวเปียกปอน และผมจับไข้หนาวสั่นในทันใด
.....
❉❉...ในความเป็นพี่เป็นน้อง เราเห็นความรักและ "เยื่อใย" ที่เชื่อมร้อยเราเข้าด้วยกัน เป็นมากกว่า "สายสัมพันธ์" ในฐานะผู้เกิดร่วมบิดามารดา แต่มีหน้าที่ตามมา และเป็นหน้าที่ที่ต้อง "ทำด้วยหัวใจ"
.....
❉❉...น้องสาวผมไม่ค่อยเก็บหอมรอมริบในตอนเด็กๆ ก็ตามประสาเด็กนั่นแหละครับ มีเท่าไรก็ใช้หมด ส่วนมากก็หมดไปกับขนมและของกิน พวกเราไม่เคยซื้อของเล่น มันเป็น "ส่วนเกินในฐานะ" ของครอบครัว แต่ผมพอจะมีนิสัยเก็บเล็กผสมน้อยอยู่บ้าง จึงมีเงินพอที่จะซื้อ "มาม่า" มาต้มกินดับหิวในบ่ายวันหนึ่ง
.....
❉❉...เราจนอยู่แล้ว เงินจะเหลือให้เก็บนั้นเป็นเรื่องยากมาก เว้นเสียแต่เราจะ "ทำงานเพิ่ม" เพื่อให้ได้ "ค่าจ้าง" มา ผมมีเงินติดกระเป๋าอยู่ไม่กี่บาทจากการนั้น
.....
❉❉...หิวเหลือเกิน ข้าวหมด รอหุงอีกทีตอนเย็น ต้มมาม่าละกัน จึงควานหาเงินที่เก็บออมไว้ พอซื้อมาม่าได้ 1 ซอง หลังจากเดินไปซื้อมาม่าแล้ว ก็มาหาเก็บผักบุ้ง ใส่ เพื่อเพิ่มความอิ่มให้มีมากขึ้น
.....
❉❉...ขณะต้มมาม่าด้วยหม้อใบเล็ก มีมาม่าอยู่หน่อยเดียว แต่อัดผักบุ้งลงไปเต็มที่ น้องสาวมายืนดู ตาปรอย น้ำตาหยดย้อยขอกินบ้าง ผมบ่นกระปอดกระแปดว่า ตอนมีเงินไม่รู้จักเก็บไว้บ้าง พอหิวก็เลยไม่มีอะไรกินไงล่ะ ยิ่งบ่นเธอก็ยิ่งร้องไห้ สุดท้ายก็ใจอ่อน ให้เธอหยิบชามมา แล้วตักแบ่งให้เธอกินด้วย
.....
❉❉...ตาที่เคยท่วมนองไปด้วยน้ำตา และส่อว่าจะสิ้นหวังแล้วพลันเปลี่ยนไป มันเป็นประกายด้วยความดีใจ และเราเห็น "ความซึ้งใจ" แวบอยู่ในนั้นด้วย
.....
❉❉...ตอนเด็กกว่านั้น (ผมอยู่ราวๆ ป.4) แม่ซึ่งนำพริกแห้ง หอมกระเทียม ฯลฯ ไปขายที่ภาคใต้ ไปทีก็หลายวัน ก่อนไปก็จะทิ้งเงินไว้ กำชับพี่ชายให้ดูแลยายกับน้องๆ ให้ดี ถึงวันนั้นวันนี้ แม่จะกลับมา
.....
❉❉...ปรากฏว่า ถึงกำหนดแล้ว แม่ก็ยังไม่กลับ
เงินหมด ไม่มีใครมีเลย
.....
❉❉...พี่ชายตัดสินใจชวนน้องชายคนต่อจากเขา และผม (3 พี่น้อง อายุเรียงกัน) เข้าไปในสวนมะพร้าวแถวๆ บ้าน ซึ่งค่อนข้างรก และยุงชุมมาก เพื่อจะหามะพร้าวที่หล่นๆ ตามโคนต้น ผ่า และแคะเนื้อมะพร้าวใส่ถุงมาขายให้แม่ค้าที่ตลาด
.....
❉❉...เขาสองคนหามะพร้าวหล่นๆ ไปด้วย ห่วงผมไปด้วย (ผมเป็นคนป่วยง่าย) เดี๋ยวเทียวเช็ดเหงื่อ เดี๋ยวเทียวไล่ยุงให้ ถามว่ากินน้ำมะพร้าวไหม กินจาวมะพร้าวไหม
.....
❉❉...ในวินาทีที่เราไม่รู้มาแม่จะกลับมาหาเราไหม ใจของผม "อุ่น" ได้ ด้วยความรักจากพวกเขา วันนั้นเป็นวันที่ผมไม่กระจองอแง ไม่เหนื่อย ไม่ทำตัวเป็นภาระ เพราะรู้ว่าทุกข์ที่พี่แบกอยู่นั้น หนักหนาสาหัสขนาดไหน
.....
❉❉...เรากลับบ้านพร้อมเนื้อมะพร้าวจำนวนไม่มาก เพราะมันเป็นสวนของคนอื่นเขา เราขอแค่มะพร้าวหล่นๆ มาประทังชีวิต
.....
❉❉...มีจาวมะพร้าวมาฝากยาย รวมทั้งฝรั่งสุกๆ จากต้นที่เราไปเจอ
.....
❉❉...เงินค่าเนื้อมะพร้าว ซื้อกุ้งที่ตลาดได้ 7 ตัว พี่ชายกับยายช่วยกัน "แก้งส้มมะละกอ" ได้หม้อใหญ่ เรากินด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย
.....
❉❉...คืนนั้นแม่กลับถึงบ้านตอนดึก ผมซึ่งหลับอยู่ ได้ยินเสียงแม่สะอึกสะอื้นร้องไห้ แม่เล่าให้ยายฟังว่า รถโดยสารประจำทางที่จะกลับมาถูกโจรดักปล้น มันเอาเงินที่ขายของได้ไปหมดเลย แม่ต้องอยู่เพื่อให้ปากคำกับตำรวจ และรอจะได้เดินทางกลับ มีเงินที่เขาให้ติดตัวมาแค่ร้อยสองร้อย เมื่อยายเล่าว่า พี่ชายผมออกไปหามะพร้าวมาเพื่อขาย ซื้อกับข้าว แม่ยิ่งร้องไห้เหมือนใจจะขาด
.....
❉❉...นับจากวันนั้นมา แม่รู้ว่า หากไม่มีแม่ แม่ก็มีลูกชายคนหนึ่งที่จะ "สู้เพื่อน้องๆ" ของเขาได้ แม่กอดพี่ชายผม น้ำตาไหล แล้วบอกว่า "แม่ขอโทษและขอบคุณมากนะลูก"
.....
❉❉...คำว่า "ครอบครัว" ไม่ใช่แค่การเกิดมาด้วยพ่อแม่เดียวกัน อยู่ในบ้านหลังเดียวกัน และโตมาด้วยกันเท่านั้น แต่มันหมายถึงเราผ่านคืนวันที่ทุกข์ที่สุดและสุขที่สุดมาด้วยกัน โดยไม่มีใครมานั่งชั่ง ตวง วัด ว่าใครสุขกว่าใคร หรือใครเหนื่อยกว่าใคร แต่ใจทุกใจ พันและผูกอยู่ด้วยกัน ไม่ว่ามันคือวันแห่งสุขหรือวันแห่งทุกข์
.....
❉❉...เดี๋ยวนี้น้องสาวเป็นคนดูแลแม่ เธอเรียกแม่ด้วยนามแฝงในเฟสบุ๊คว่า "สุดที่รักและรักที่สุด" ก่อนผมซื้อรถกระบะให้เธอ ตามที่เธอขอ ผมบอกกับเธอว่า "เธอต้องคิดให้ดีนะ ทันทีที่เธอมีรถ ด้วยเหตุผลที่เธอห่วงแม่ ว่ามักเจ็บไข้ในตอนดึกๆ กว่าจะโทรเรียกพี่ชายจากอีกหมู่บ้านหนึ่ง หรือไหว้วานเพื่อนบ้านให้ขับรถพาแม่ไปโรงพยาบาลนั้น มันนาน กลัวแม่จะเป็นอันตราย เธอต้องรู้นะว่า มันอาจจะไม่ง่ายอีกต่อไปที่เเธอจะเรียกคนอื่น ทุกคนจะสบายใจว่า แม่จะอยู่ในความดูแลของเธอ และนั่นจะเป็นภาระที่ตกแก่เธอ รู้ใช่ไหม"
.....
❉❉...เธอบอกว่ารู้ และพร้อม ผมจึงไม่มีรอเลยที่จะส่งเงินให้เธอ และรับหน้าที่ผ่อนรถคันนั้น (ยังผ่อนอยู่)
.....
❉❉...เธอส่งข่าวให้รู้ทุกครั้ง ว่าคืนไหนแม่ต้องไปโรงพยาบาล แม่เป็นความดันโลหิตสูง และชอบสูงตอนตีสอง จนบัดนี้เธอไม่เคยบ่นเลย ว่านั่นคือ "ภาระ" ---มีแต่ทำด้วยความรัก
.....
❉❉...ส่วนพี่ชายคนนั้น จากพวกเราไปหลายปีแล้ว เขาเป็นมะเร็ง ครั้งท้ายๆ ที่ผมไปเยี่ยมเขา เขากินอาหารไม่ได้มาหลายวันแล้ว ดูเหนื่อยอ่อน แต่ดวงตานั้นเต็มไปด้วยความกังวล
.....
❉❉...ลับหลังพี่ แม่โผเข้ากอดผม ร้องไห้ และพูดกับผมว่า "แม่ดูแล้ว พี่เขาไม่ไหวแล้วล่ะลูก"
.....
❉❉...คืนนั้นผมป้อนนมกล่องให้พี่ จับมือและบีบนวดตัวให้เขา ถามเขาว่า "ไหวมั้ย"
.....
❉❉...เขานิ่ง ผมจึงบอกเขาว่า "ไหวหรือไม่ไหวก็บอกมา เราเป็นพี่น้องกัน พี่เจ็บ พวกเราก็เจ็บ ไม่ไหวก็อย่าฝืน แต่ถ้าไหว ก็สู้ต่อไปด้วยกัน อยากให้พี่อยู่ด้วยกัน แต่ก็จะไม่บอกพี่ว่า พี่ต้องไหว เพราะคนที่เจ็บกว่าใคร คือตัวพี่เอง"
.....
❉❉...น้ำตาของเขาเริ่มไหล...
"อยากให้พี่อยู่นะ แต่เราเจ็บแทนพี่ไม่ได้ ถ้ามันไม่ไหวพี่ก็อย่าห่วงอะไรอีกเลย"
.....
❉❉...เขาบอกว่า "ไม่ไหวแล้ว"
ผมจึงถามว่า "เป็นห่วงเรื่องอะไร"
เขาบอก "ห่วงน้องสาวอีกคน (คนเล็กสุด) ยังเรียนไม่จบเลย อยากเห็นน้องรับปริญญา (น้องคนนี้ เขาเลี้ยงมาเหมือนลูก) ห่วงแม่ ยังตอบแทนพระคุณแม่ไม่พอเลย"
.....
❉❉...ผมสะอื้นไม่เกรงใจเขา และบอกว่า "ฟังนะ ในบรรดาลุกทุกคน พี่ทำให้แม่มากกว่าใครทั้งหมด ดังนั้น ถ้าห่วง 2 เรื่องนี้ ก็เลิกห่วงได้ น้อง เราทุกคนก็รัก และต้องดูแลเขาไม่ให้ลำบากแน่นอน ส่วนแม่ เราจะดูต่อให้ แต่ก็พูดกันเสียให้ชัด ว่าเรากับเธอ นิสัยไม่เหมือนกัน การดูแล ก็คงไม่เหมือนที่เธอทำ แต่แม่จะไม่ลำบาก เธอเชื่อเรามั้ย"
.....
❉❉...เขาพยักหน้า ผมจึงบอกว่า "ทำใจให้ปลอดโปร่งที่สุดนะ แล้วตัดสินใจว่า ไหวมั้ย ถ้าไหว ก็อยากให้อยู่ด้วยกัน ถ้าไม่ไหว ก็อย่าฝืนแบบนี้ มันเจ็บ..."
.....
❉❉...น้ำตาของเราทั้งสองนองหน้า แต่พยายามข่มไว้ เพื่อไม่ให้กระทบจิตใจของแม่ที่หลับอยู่ในห้องคนไข้ด้วยกัน
.....
❉❉..."ไม่ว่าจะอยู่หรือไม่อยู่ เธอต้องมีความสุข เราสัญญาทุกอย่างที่พูดกับเธอ เราไม่มีวันลืมสัญญานี้" เขาพยักหน้า สักพักเดียวเขาก็หลับไป หลังจากนอนไม่หลับมาสองสามวันแล้ว
.....
❉❉...หลังจากนั้นสองสามวันเช่นกัน เขามีนัดตรวจกับหมอที่ศิริราช ผมปิดต้นฉบับที่นิตยสาร LIPS เสร็จตอนเย็น ก็รีบซ้อนมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปท่าพระจันทร์ แล้วข้ามเรือไป เมื่อไปถึงเตียงคนไข้ เห็นญาติพี่น้องของเรายืนอยู่รอบเตียง
.....
❉❉..."สมองคนไข้ไม่ทำงานแล้ว ที่ยังหายใจอยู่นี้เพราะเครื่อง หากเขาหยุดหายใจ จะให้ปั๊มกลับมาไหม" หมอถาม
.....
❉❉...แม่มองตาเราทุกคนรอบเตียง นิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วบอกว่า "ปล่อยเขาไปเถอะ อย่าให้เขาเจ็บปวดอีกเลย"
.....
❉❉...ผม...ซึ่งมาเป็นคนสุดท้ายจึงหันไปกุมมือเขา แล้วกระซิบข้างหูเขาว่า "มาแล้วนะ ไม่ต้องห่วงอะไรนะ" เท่านั้นเอง เส้นกราฟหัวใจของเขาก็หยุดสนิท
.....
❉❉...เล่าเรื่องเหล่านี้ให้คุณฟังเพื่อจะบอกว่า บ้าน ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย พี่น้อง ไม่ใช่แค่คนคลานตามกันมา ครอบครัวจึงมีความหมายที่ลึกซึ้งว่า ในวันที่ทุกข์ที่สุดและสุขที่สุด เราจะร่วมอยู่ในวันคืนเหล่านั้นด้วยกัน ไม่มีวันปล่อยมือจากกัน
.....
❉❉...จงค่อยๆ หล่อหลอมลูกๆ ของคุณให้รู้จักความเป็นพี่ความเป็นน้อง และความเป็นครอบครัวเถิด เพราะถึงวันหนึ่ง คุณก็ต้องปล่อยมือจากไป โดยที่คุณจะแสนแน่ใจ ว่า พวกเขาจะเกาะกุมมือกัน เดินต่อไปในโลกใบนี้ ด้วยคำว่า เราคือ "ครอบครัว" โดยไม่ปล่อยมือจากกันด้วยความเห็นแก่ตัว
.
ที่มาเพจ ปู จิตรกร บุษบา